โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รอมฎอน” ชี้ รัฐบาลไม่ชัดเจนพูดคุยสันติสุข-หนุนเจรจา BRN

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 04.26 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รัฐสภา 7 พ.ค.- “รอมฎอน” ชี้ รัฐบาลไม่ชัดเจน เรื่องพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ทำสถานการณ์รุนแรงขึ้น หนุนเจรจา BRN เริ่มต้นจากฉันทานุมัติของแต่ละฝ่าย ชื่นชม “ทักษิณ” ใช้คอนเนคชั่นเข้าถึงมาเลเซีย เป็นประตูสู่การพูดคุย แต่ไทยต้องริเริ่มด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้ BRN หรือมาเลเซีย เป็นผู้กำหนดการฑูต

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึง เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตอนนี้น่าจะเกิดจากการแก้ปัญหาภาพรวมยังไม่มีความชัดเจนและมีความลังเลในการกำหนดทิศทาง แม้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข้อสั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ทบทวนยุทธศาสตร์ ต้องแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 แต่ล่วงเลยมาแล้ว พอหลังจากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ก็มีการขีดเส้น 7 วัน และวันนี้ก็ผ่านมาแล้วด้วย

ขณะที่ข้อเสนอของฝั่งไทย ได้เจรจากับ BRN ก่อนหน้านี้ให้หยุดยิง เพื่อพิสูจน์ความเป็นตัวจริง แต่กลับมีความล้มเหลวเกิดเหตุลอบสังหารตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชน เกิดความไม่สบายใจ จากนั้นสถานการณ์ไต่ระดับ และหากสังเกตดีๆความรุนแรงกำลังทำงาน เพื่อให้เกิดการตอบโต้

“หากความรุนแรงถาโถมลงไปเรื่อยๆ จะทำให้ผู้คนแบกรับความเสี่ยง ดังนั้น จะดำเนินการอะไรต้องเป็นเหตุเป็นผล และมองว่ากระบวนการสันติภาพต้องดันขึ้นจากหลายภาคส่วน ทั้งประชาชนในพื้นที่ชาวมุสลิมและไทยพุทธ รวมถึงอื่นๆ ต่างเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการพูดคุย เพื่อให้มีพื้นที่ทางการเมือง พื้นที่ให้ประชาชนพูดคุยและส่งเสียง และย้ำว่าเรื่องนี้ว่าต้องถกเถียงกันด้วยเสียงประชาชน” นายรอมฎอน กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ควรเป็นหัวหน้าเจรจาเองหรือไม่ นายรอมฎอน มองว่า หลายปีที่ผ่านมา กระบวนการเริ่มต้นมาตั้งแต่รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงไม่จำเป็นต้องเจรจาเอง แต่ต้องมีส่วนกำกับ ขณะที่รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำหนดระดับโดยมีคณะกรรมการพูดคุย ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองลงมาเป็นคณะกรรมการพูดคุยสันติสุข และคณะประสานงานในพื้นที่ แต่เมื่อเข้าสู่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร โครงสร้างแบบนี้ไม่มี แต่ให้ สมช.ดำเนินการภายในเอง

“ประกอบกับไทย ยังมีข้อกังขาว่า คณะพูดคุยของ BRN เป็นตัวจริงหรือไม่ นานแล้ว เรื่องทั้งหมดจึงควรเริ่มต้น จากฉันทานุมัติของแต่ละฝ่าย ที่แต่ละฝ่ายต้องมีการปรับ เพราะสุดท้ายทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยกันได้คือต้องยุติสถานการณ์ปรปักษ์หรือหรือการลดความรุนแรงการเผชิญหน้า แม้ต่างฝ่ายต่างดำเนินการแต่สุดท้ายต้องมีองค์ประกอบร่วมกัน”นายรอมฎอน กล่าว

นายรอมฎอน กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการกำหนดทิศทาง ตกลงกติกา มีแต่คณะผู้แทนเพื่อสันติภาพเท่านั้น ร่างเอกสาร และแผนสันติภาพเท่านั้น และแม้การเรียกร้องให้หยุดความรุนแรงของรัฐบาล ดูเหมือนสมเหตุสมผลแต่ไม่สอดรับกับความเป็นจริง เพราะ BRN ยังคงใช้ความรุนแรงเป็นอำนาจต่อรอง ดังนั้น สิ่งที่ต้องคิด คือต้องเผชิญหน้า ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดคือกำหนดวิธีการ ดำเนินการ เพราะมีความชอบธรรมมากกว่าเนื่องจากไม่ได้ใช้ความรุนแรง

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะส่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยกับนายอันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อยุติปัญหาเหตุความรุนแรงชายแดนใต้จะได้ผลหรือไม่นั้น นายรอมฎอน กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า การริเริ่มพูดคุยกับมาเลเซีย เกิดจากความสามารถของนายทักษิณที่เดินทางไปใช้คอนเนคชั่น นำไปสู่การปูทางพูดคุยสันติภาพ แต่จนถึงปัจจุบันต้องยอมรับว่ามาเลเซียมีความสำคัญ เพราะมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งประชากรและภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้กัน จึงต้องมีการจัดวาง ให้เกิดความเหมาะสม การกันมาเลเซียออกจากกระบวนการแก้ไขปัญหาอาจจะสร้างปัญหามากกว่า และต้องยอมรับว่า ปัจจุบันไทยใช้มาเลเซียเป็นประตูทางเข้า ( engage) เพื่อพูดคุยกับ BRN ด้วย แต่สุดท้ายต้องขีดเส้น ใต้ว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประเทศเรา ต้องริเริ่มด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้ BRN หรือมาเลเซีย เป็นผู้กำหนดการพูดคุยหรือการฑูต”

อย่างไรก็ตาม นายรอมฎอน กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนรัฐบาลเพื่อเดินหน้าการพูดคุยไปสู่เส้นทางแห่งสันติภาพ .-315 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...