โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ซิงเหอกลับมาแก้บทนางร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 08.20 น. • kiang
อ่านนิยายออนไลน์แล้วไม่ถูกใจ ทำไมไรท์เตอร์ถึงใจร้ายกับนางร้ายที่โดนกระทำอย่างไม่เป็นธรรม โดนแย่งสามี โดนหลอกลวง และสุดท้ายยังตายอย่างอนาถ ส่วนบทนางเอกก็เขียนเสียเลิศเลอ แต่นี่มันคือแม่ดอกบัวขาวชัด ๆ

ข้อมูลเบื้องต้น

หลี่ซิงเหอหลุดเข้าไปในนิยายที่ตนเขียนวิจารณ์เกือบสองพันตัวอักษร นางร้ายที่ไม่เหมือนนางร้าย ใสซื่อ บริสุทธิ์ และจริงใจ ผิดกับนางเอกที่ไม่เหมือนนางเอก เป็นนางเอกที่เสแสร้งหลอกลวง และใช้ความใสซื่อของนางร้ายมาหักหลังนางร้าย นี่คือเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ช่างน่ารังเกียจเสียจริง

ส่วนพระเอกในเรื่องก็โง่บรม หลงนางเอกโงหัวไม่ขึ้นไร้สมอง และผู้เขียนยังมอบมิติวิเศษให้นางเอกอีก โอ้! ช่างไม่ยุติธรรม หลี่ซิงเหออ่านไปด่าไปและหงุดหงิด จนสวรรค์ให้เธอเข้าไปอยู่ในนิยายและเป็นตัวร้ายสมใจนึก ฮาฮา เอาสิอยากแก้ไขบทเช่นไร ก็เชิญเลย

-!!-!!-!!-!!-!!

นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการการสร้างสรรค์ของไรท์เตอร์ล้วน ๆ ไม่อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ

ตัวละครในนิยายไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้ มีเฉพาะในโลกนิยายเท่านั้น และไม่ได้พาดพิงถึงผู้ใด

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิง ขอให้รีดเดอร์ทุกท่านมีความสุข และสนุกไปกับนิยายเรื่องนี้นะคะ

รักจากใจ

kiang

เนื้อเรื่องไม่ถูกใจ

ตอนที่ 1

เนื้อเรื่องไม่ถูกใจ

ในค่ำคืนเดือนมืดภายในคอนโดระดับห้าดาว หลี่ซิงเหอสาวใหญ่วัย 30 ปี กำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เธอมีสีหน้ามืดครึ้มไม่พอใจ เริ่มตั้งแต่เข้าไปอ่านนิยายออนไลน์ที่เธอชื่อชอบ

หลี่ซิงเหอกำลังขะมักเขม้นเคาะแป้นพิมพ์อย่างเอาเป็นเอาตาย เธออุตส่าห์จ่ายเงินซื้ออ่านนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วทำไมมันจบห่วยเช่นนี้นะ เธอกำลังคอมเม้นต์ด่าวิจารณ์ด้วยตัวอักษรจีนเกือบ 2,000 ตัวอักษร

ในนิยายเรื่องนี้นางร้ายที่จำเป็นต้องร้ายมาตลอด เป็นนางร้ายที่น่าสงสาร นางร้ายเป็นคนเปิดเผย จริงใจและซื่อตรง เป็นคนโง่ที่โดนนางเอกที่ชอบทำตัวเป็นนางดอกบัวขาวใช้เล่ห์เหลี่ยมทำให้ชีวิตคู่ของนางร้ายพังทลาย ทำให้พระเอกเข้าใจนางร้ายผิด และเขายังร่วมมือกับนางเอกช่วยกันเหยียบนางร้ายให้จมธรณี สุดท้ายชีวิตที่น่าสงสารของนางร้ายก็ประสบเคราะห์กรรมตายอย่างอนาถ แม้จะตายไปแล้วก็ยังโดนประณาม สมน้ำหน้าและถูกถ่มน้ำลายใส่

ส่วนนางเอกและพระเอกก็ครองรักหวานฉ่ำพากันร่ำรวยกันอย่างมีความสุข เป็นครอบครัวตัวอย่างและถูกผู้คนยกย่อง เป็นศรีสง่าในวงสังคม

หลี่ซิงเหอที่ได้เข้ามาอ่านนิยายเพราะว่างจัด และนางร้ายเรื่องนี้ก็ชื่อหลี่ซิงเหอซึ่งมีชื่อเหมือนเธอ นางร้ายรักและซื่อสัตย์ต่อสามีก็คือพระเอกของนิยายเรื่องนี้ เธอโดนแย่งสามี เธอจึงอาละวาดแบบบ้าน ๆ โวยวายไร้แบบแผน จึงเข้าทางแผนของนางเอก ทุกคนจึงมองนางร้ายเป็นผู้หญิงร้ายกาจไร้การศึกษา ยิ่งเธออาละวาดสามีก็ยิ่งถอยห่างและเขายังปกป้องนางเอกมากขึ้น สุดท้ายชายชั่วหญิงเลวก็สมปรารถนา เขาหย่านางร้าย หลังหย่าชีวิตของนางร้ายก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ไม่สามารถแก้ต่างตัวเองได้เลย

หลี่ซิงเหอเห็นว่าไม่ยุติธรรมกับนางร้าย ไรท์เตอร์คนเขียนนิยายเรื่องนี้มีอคติ เอาความโชคร้ายทั้งหมดมาถมใส่นางร้ายไม่หยุด ชะตาชีวิตของนางร้ายเลวร้ายมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ทำไมล่ะในเมื่อนางร้ายโดนรังแก จะไม่ให้เธอลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อตัวเองเลยเหรอ จะให้เธออยู่นิ่งสงบเป็นลูกพลับนิ่มให้ใคร ๆทำร้ายหรือไร นางร้ายเป็นคนโง่ยิ่งดิ้นรนเรียกร้องความยุติธรรม ชีวิตของนางร้ายก็ก้าวดิ่งสู่ความเลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ หลี่ซิงเหอต้องมานั่งพิมพ์คอมเม้นต์ว่านิยายเรื่องนี้อวสานไม่สมเหตุสมผล

ตัวของหลี่ซิงเหอเองก็รันทดเหมือนนางร้ายในนิยาย เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการ ผู้อำนวยการศูนย์เด็กกำพร้าความหวังใหม่รับเลี้ยงเธอ พ่อแม่ของหลี่ซิงเหอเป็นครูเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางเรือ ปู่ย่าตายายที่อาศัยอยู่ในชนบทต่างมีฐานะยากจนไม่สามารถรับเลี้ยงเด็กหญิงกำพร้าเช่นหลี่ซิงเหอเป็นภาระครอบครัวได้

ผู้อำนวยการหลี่หว่าน จึงรับเธอมาเลี้ยงดูเอง และจดทะเบียนรับเธอเป็นบุตรบุญธรรม แม่บุญธรรมหลี่หว่านเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ได้สูญเสียบุคคลในครอบครัวในยุคข้าวยากหมากแพงซึ่งเป็นยุคขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค เมื่อรับหลี่ซิงเหอมาเลี้ยงดูก็ชอบนิสัยและรักเธอประดุจลูกในอุทร

หลี่ซิงเหอประสบกับการไม่มีใครต้องการเธอ เธอจึงต้องทำตัวเป็นเด็กดี เรียบร้อยเชื่อฟัง และพยายามทำตัวให้มีประโยชน์ช่วยงานแม่บุญธรรม ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่เธอก็เต็มใจช่วย ช่วยดูแลน้อง ๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ขยันเรียนหนังสือ ด้วยความวิริยะอุตสาหะและสมองที่ชาญฉลาดเธอจึงจบปริญญาตรีมาได้ เธอรับราชการทหาร เป็นนักวิจัย เป็นสายลับและทูตทหาร และเมื่อเธอประสบความสำเร็จในชีวิต คิดตอบแทนบุญคุณแม่บุญธรรมและรับแม่บุญธรรมมาเลี้ยงดู แม่บุญธรรมก็ตายจากไม่ทันให้เธอได้ตอบแทนบุญคุณ

หลี่ซิงเหอระลึกถึงบุญคุณแม่บุญธรรมอยู่เสมอ ยามว่างเธอจะนำอาหารเครื่องดื่มไปเยี่ยมน้อง ๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและบริจาคเงินอุดหนุนทุกปี เพราะสถานที่นี้เป็นเสมือนบ้านของเธอ ที่ได้เลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่มีชีวิตที่ดีจนถึงปัจจุบัน

และที่หลี่ซิงเหอมานั่งเล่นคอม เพราะเธอบาดเจ็บขาหักจากการปฏิบัติการภารกิจ จึงได้หยุดพักรักษาตัว แต่ด้วยความเบื่อหน่ายเธอจึงมานั่งจุ้มปุ๊กอ่านนิยายออนไลน์แก้เบื่อ

อยู่ในนิยาย

ตอนที่ 2

อยู่ในนิยาย

วันนี้เป็นอีกวันที่หลี่ซิงเหออ่านนิยายออนไลน์จนเกือบสว่าง เธอจึงฟุบหลับน้ำลายยืดอยู่หน้าคอม ในเวลานั้นก็มีแสงสว่างวาบ ปรากฏว่ามีข้อความตอบกลับจากผู้เขียนนิยายที่เธอวิจารณ์ ‘ถ้าผู้อ่านไม่พอใจก็ไม่ต้องเข้ามาอ่าน หรือว่าถ้าเก่งจริงก็แต่งนิยายเองสิ ไม่มีใครห้ามสักหน่อย ช่างน่าเบื่อพวกที่ชอบบูลลี่พวกนี้เสียจริง ไม่มีความสามารถก็อย่าเข้ามาวิจารณ์ผู้อื่นให้เสียหาย’ นี่ถ้าหลี่ซิงเหอตื่นขึ้นมาอ่าน คงได้หัวร้อนอีกเป็นแน่

หลี่ซิงเหอได้ยินเสียงโฆษณาสินค้าในโทรทัศน์แว่วเข้ามาในห้องนอน หลี่ซิงเหอรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจที่มีเสียงรบกวนในเวลานอน เธอจึงลืมตาขึ้น แต่ก็ต้องประหลาดใจ ที่นี่ที่ไหน นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเธอนี่น่า เธอมองไปรอบ ๆ ห้อง เธอก็เห็นว่ายังมีเตียงอีกเตียงหนึ่งที่ตั้งชิดฝาผนังอีกฟากหนึ่ง เมื่อมองขึ้นไปก็เห็นมีปฏิทินติดอยู่บนฝาผนัง ในปฏิทินนั้นระบุว่าเป็นปี ค.ศ.1981 โอ้!พระเจ้า นี่เธอมาอยู่ในอดีตได้อย่างไร นี่เป็นยุคที่ประเทศมีผู้นำคนใหม่ ที่หันมามุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก หลังจากแก๊งสี่คนถูกล้มล้างพร้อมกับการสิ้นสุดของปฏิวัติวัฒนธรรม จากยุคกดขี่มาสู่ยุคท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดินและมีชีวิตใหม่

หลี่ซิงเหอลุกขึ้นจากเตียงนอนมาส่องกระจก ก็พบว่าใบหน้านี้ไม่ใช่ของเธอ เด็กสาวที่ปรากฏในกระจกเงา เป็นเด็กสาวที่มีใบหน้างดงาม ผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโตมีนัยน์ตาสีดำสนิท เด็กสาวไว้ผมหน้าม้า แต่เด็กสาวผู้นี้ผอมบางยังกับขาดสารอาหาร ผมดำแห้งเสีย แตกปลาย ไม่มีน้ำหนัก และชี้ฟู แม้ว่ามีแววงดงามแต่ความอิดโรยก็บดบังเสียหมด

หลี่ซิงเหอกำลังเรียบเรียงความคิดไล่ความมึนงงของชีวิต ก็มีเด็กสาวผู้หนึ่งที่มีใบหน้าอิ่มเอิบงดงาม รูปร่างสมบูรณ์ได้สัดส่วน ผลักประตูเข้ามา เมื่อเด็กสาวผู้นั้นเห็นหลี่ซิงเหอยืนอยู่หน้ากระจก ก็ทำสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจก่อนจะพูดขึ้นมา

“ตื่นแล้วเหรอ แม่กำลังรอพี่ที่ห้องนั่งเล่น แม่กำลังบ่นที่พี่นอนกินบ้านกินเมือง จบมัธยมปลายแล้วก็ไม่ออกไปหางานทำ รีบไปเถอะฉันจะอ่านหนังสือหน่อย”

เด็กสาวผู้นั้นพูดจาเสียงห้วน หลี่ซิงเหอยังยืนงงอยู่ เมื่อเด็กสาวผู้นั้นนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ หลี่ซิงเหอก็เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือนั้น และก้มลงดูที่สมุด ชื่อที่ปรากฏบนหน้าปกสมุดก็คือ ‘หลี่หมิงเยว่’

หลี่ซิงเหอถึงกับยกมือปิดปากตะลึงงัน นี่คือชื่อนางเอกแม่ดอกบัวขาวในนิยายที่เธอวิจารณ์นี่น่า นี่เธอมาโผล่ในนิยายได้อย่างไร โอ้!พระเจ้าช่วยกล้วยทอด นี่เธอฝันอยู่สินะแต่ทำไมมันเหมือนจริงมาก

จากคำพูดของหมิงเยว่และที่เธอเห็นหนังสือมัธยมชั้นปีที่ 6 ที่หมิงเยว่อ่าน ก็หมายความว่าปีนี้หมิงเยว่อายุ 17 ปีและเธอก็อายุ 20 ปีสินะ ที่เธอนอนป่วยก็เพราะเธออยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเอง

ในนิยายที่เธออ่าน เธอไม่ใช่บุตรสาวที่แท้จริงของครอบครัวนี้ เธอถูกขอมาเลี้ยงเพื่อเสริมดวงให้นางซูอวิ๋นมีบุตร ในขณะนั้นเธอมีอายุประมาณขวบกว่า ๆ ไม่นานนางซูอวิ๋นก็ตั้งครรภ์ตามคำพูดที่แม่หมอแนะนำ ที่พวกเขาเลือกซิงเหอเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าไร้พ่อแม่ ปู่กับย่าเป็นคนชนบทยากจนอาศัยอยู่บนภูเขาห่างไกลก็เต็มใจขายเธอเพียง 100 หยวน ซึ่งเป็นการขายขาด และรับปากจะไม่มาสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวหลี่ตลอดชีวิต

ตั้งแต่นางซูอวิ๋นตั้งท้องหลี่หมิงเยว่ ชีวิตของซิงเหอก็แปรเปลี่ยนเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ เธอกลายเป็นลูกสาวที่ถูกลืม และถูกปฏิบัติเหมือนคนนอก ตอนเด็กเธอไม่เข้าใจ และคิดว่าหมิงเยว่เป็นศัตรูแย่งความรักของพ่อแม่ พ่อแม่ลำเอียงจนน่าเกลียดรักแต่น้องสาว และแล้ววันหนึ่งเธอบังเอิญได้ยินแม่คุยกับยาย จึงได้รู้ความจริงว่าเธอเป็นเด็กขอมาเลี้ยง เพื่อเสริมดวงให้แม่มีบุตรเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงอิจฉาน้องสาวหมิงเยว่เป็นที่สุด

“พี่ยืนโง่อยู่ทำไม แม่กำลังรอพี่อยู่นะ”

หลี่ซิงเหอสะดุ้งเข้าสู่โหมดปกติ หมิงเยว่ทำหน้าบึ้งใส่ซิงเหออย่างไม่พอใจ ซิงเหอจึงรีบออกจากห้องไปพบแม่ที่ห้องนั่งเล่นทันที

แย่งชิงโชควาสนา

ตอนที่ 3

แย่งชิงโชควาสนา

แม่บุญธรรมนางซูอวิ๋น กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น ดูโทรทัศน์ไปพลางนั่งแคะเมล็ดกวยจี๊ไปพลาง นางซูอวิ๋นหลังจากคลอดบุตรชาย รูปร่างก็พัง ดูอวบอ้วนใบหน้าบานใหญ่จมูกก็บาน ความสวยถูกพัดปลิวไปหมดแทบไม่หลงเหลือความงามครั้งวัยเยาว์ โชคดีที่ลูกสาวลูกชายได้รับมรดกตกทอดความงามจากบรรพบุรุษฝั่งพ่อ ไม่เช่นนั้นคงดูไม่จืด

นางซูอวิ๋นเห็นหลี่ซิงเหอออกจากห้องนอนมาแล้วก็พูดเสียงดังแข่งกับเสียงที่ออกจากโทรทัศน์

“ไข้หายแล้วใช่ไหม ต่อไปห้ามประท้วงทำตัวต่อต้านหยาบคาย ยืนตากฝนจนป่วยเป็นไข้ตัวร้อน พวกเราไม่มีเงินพาแกไปโรงพยาบาลหรอกนะ ฉันจะบอกแกไว้เลยครอบครัวเราไม่มีเงินส่งแกไปเรียนมหาวิทยาลัยหรอก ไหนจะน้องสาวแก ไหนจะน้องชายแก พวกเขาต้องใช้เงินเรียนมัธยมปลายให้จบ แกจะเห็นแก่ตัวให้พวกเราส่งแกเรียนเพียงคนเดียวเหรอ ถ้าแกอยากเรียนก็หาเงินเรียนเอง อย่าได้หวังเอาเงินบ้านนี้ไปส่งแกเรียน ตัวแกเองไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าแกเรียนโง่ยังกับอะไรดี แกต้องหลีกทางให้หมิงเยว่เพราะน้องสาวแกเรียนเก่ง ฉันว่าแกทำงานส่งหมิงเยว่เรียนจะดีกว่า ต่อไปหมิงเยว่ก็จะกตัญญูเลี้ยงดูแกยามแก่เฒ่า

นี่แกหายไข้ไม่ได้ป่วย ก็ช่วยไปล้างถ้วยชามรามไหเสีย และวันนี้แดดดีแกช่วยเอาเสื้อผ้าไปซักให้หมด อย่าเอาแต่นอนเป็นคุณหนู ให้ฉันรับใช้แกล่ะ”

นางซูอวิ๋นพูดเสียยืดยาว สุดท้ายก็สั่งให้ซิงเหอทำงานแทนทุกคน เธอเป็นคนไม่มีปากเสียงในบ้านหลังนี้ เมื่อพวกเขาสั่งให้ทำอะไร เธอก็ปฏิบัติตามอย่างเชื่อฟัง เธอจะต้องหาวิธีออกจากบ้านนี้ให้ได้

หลี่ซิงเหอกินข้าวก่อน เธอทอดไข่ดาวกินกับข้าวขาว หลังจากนั้นก็ลงมือล้างถ้วยชามที่ทิ้งไว้มากมาย นี่คงไม่ได้ล้างมาสองวันแล้วสิ เธอทำความสะอาดห้องครัว หลังจากนั้นก็ไปซักผ้าของทุกคน ขณะที่เธอทำงานในสมองก็คิดถึงเนื้อเรื่องในนิยาย ปีนี้เธอมีอายุ 20 ปี อีกไม่นานก็จะมีแม่สื่อมาสู่ขอให้กับลูกชายที่เป็นทหารรูปหล่อของสกุลเหริน ซึ่งก็เป็นพระเอกในท้องเรื่อง ด้วยความที่หล่อกระชากใจสาว ๆ พระเอกจึงเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงหมิงเยว่น้องสาวเธอ

บ้านสกุลเหรินไม่ได้หาสะใภ้หรอก ต้องการข้ารับใช้ดูแลพ่อพระเอกที่นอนติดเตียงป่วยเป็นอัมพาต ส่วนพระเอกแต่งงานก็ยังเต๊าะสาว ๆ ไปทั่ว ส่วนซิงเหอก็อยู่บ้านปรนนิบัติทุกคนที่บ้านสามี ซึ่งเธอไม่ต้องการตำแหน่งนี้อีกต่อไป ให้นางเอกทำหน้าที่ไปเถอะ

หลี่ซิงเหอไม่ได้บ้าผู้ชายหล่อโปรไฟล์ดี เธอไม่ต้องการทนกับความเจ้าชู้ของเขา หรือมีผู้หญิงมากมายอยากได้เขาไปเป็นสามี เธอไม่อยากสู้รบตบมือกับผู้หญิงคนอื่นที่บ้าผู้ชายของเธอ ครั้งนี้ซิงเหอปฏิญาณไว้แล้ว ถ้าจะมีสามีก็ขอหน้าตาพื้น ๆ รักเดียวใจเดียว เป็นคนดี รักครอบครัวและไม่ทิ้งเธอ เพียงแค่นี้ก็พอ เธอต้องรีบแล้ว แต่จะออกจากบ้านนี้ได้ต้องมีเงินและที่พักพิงมั่นคง ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถหนีชีวิตบัดซบไปได้

หลี่ซิงเหอจำได้ว่า ในนิยายบรรยายไว้ว่า ที่หมิงเยว่เป็นที่รักและฉลาดหลักแหลมเหนือผู้คน เพราะเธอมีของดีครอบครอง มีอยู่วันหนึ่งหมิงเยว่ไปเดินดูของที่ตรอกประตูผีแหล่งค้าของเก่ากับเพื่อนสนิท มีผู้เฒ่าเมิ่งเสนอขายไข่มุกสุนัขจิ้งจอกเก้าหาง เมื่อหมิงเยว่ได้ครอบครองไข่มุก ชีวิตของหมิงเยว่ก็เปลี่ยนไป เธอมีเสน่ห์เย้ายวนใครเห็นใครก็รักและสามารถพูดโน้มน้าวครอบงำจิตใจคนให้คล้อยตามได้ หมิงเยว่ไม่ว่าหยิบจับอะไรก็ปังสุด ๆ เป็นเงินเป็นทองไปหมด ชีวิตมีแต่รุ่งขึ้น ๆ ไม่หยุด ความสุขก็จุกอกจนล้น

หลี่ซิงเหอคิดว่าเธอต้องชิงโชคลาภวาสนาของนางเอกมาเป็นของตนให้ได้ เธอจึงไปขออนุญาตกับนางซูอวิ๋น

“แม่คะ พรุ่งนี้ฉันจะออกไปหางานทำ อาจจะกลับบ้านช้าหน่อย แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”

“อืมไปเถอะ แต่ก่อนออกไปหางาน ก็หุงหาอาหารเช้าให้เสร็จ ก่อนออกจากบ้านด้วยล่ะ”

นางซูอวิ๋นเอ่ยอนุญาตและย้ำให้ซิงเหอทำงานก่อนออกจากบ้าน

หลี่ซิงเหอเมื่อถูบ้านและทำงานอื่น ๆ จนเสร็จเรียบร้อย ก็เดินกลับห้องตัวเอง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...