โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Whoscall เผยปี’67 บล็อกเบอร์มิจฉาชีพ 168 ล้านสาย พีคสุดรอบ 5 ปี

อีจัน

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 07.27 น. • อีจัน

วันนี้ (24 ก.พ.68) นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย และผู้ให้บริการแอปพลิเคชันฮูส์คอลล์ (Whoscall) เปิดรายงานประจำปี 2567 วิเคราะห์สถานการณ์กลโกงของมิจฉาชีพในประเทศไทย โดยปี 2567 พบสายโทรศัพท์และข้อความหลอกลวงถึง 168 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 112% จาก 79.2 ล้านครั้งในปี 2566 และถือเป็นยอดที่สูงสุดในรอบ 5 ปีของประเทศไทย

โดยแบ่งรูปแบบภัยออนไลน์ ดังนี้ 1.สายมิจฉาชีพ 38 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 20.8 ล้านครั้ง คิดเป็น 85% และ 2.SMS มิจฉาชีพ จำนวน 130 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 58 ล้านครั้ง คิดเป็น 123% ซึ่งใน 1 วัน ฮูส์คอลล์ สามารถปกป้องผู้ใช้จากการถูกหลอกลวงผ่านการโทรและข้อความ SMS ได้ถึง 460,000 ครั้ง

“อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นเบอร์มิจฉาชีพของแอปฯ ยังไม่มีการแชร์ข้อมูลให้กับค่ายโทรศัพท์มือถือ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล เนื่องจากติดปัญหาด้านกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยืนยันหากหน่วยงานติดต่อเพื่อขอข้อมูล พร้อมให้ความร่วมมือ” นายแมนวูกล่าว

นายแมนวูกล่าวว่า สำหรับกลโกงที่พบมากที่สุด ได้แก่ การหลอกขายบริการและสินค้าปลอม การแอบอ้างตัวเป็นหน่วยงาน และหลอกว่ามีเงินกู้อนุมัติง่าย การหลอกทวงเงิน การหลอกว่าเป็นหนี้

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเกือบครึ่งประเทศข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ 41% รั่วไหลไปยังที่ต่างๆ เช่น ดาร์กเว็บ (Dark Web) และดีพเว็บ (Deep Web) ในบรรดาข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลพบว่า 97% เป็น อีเมล และ 88% เป็นเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งอาจมีข้อมูลเช่น วันเดือนปีเกิด ชื่อนามสกุล พาสเวิร์ด รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ หลุดร่วมไปด้วย

เพราะปัจจุบันมิจฉาชีพได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการหลอกลวงอย่างแพร่หลาย ทำให้กลโกงมีความซับซ้อนมากขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มการหลอกลวงที่ต้องจับตามอง

ได้แก่ การแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การฉ้อโกงทางการเงินในหลากหลายรูปแบบ ทั้งผ่านการโทรศัพท์ ข้อความ SMS ลิงก์อันตราย รวมถึง การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล

ดังนั้น ฮูส์คอลล์ มุ่งพัฒนาแอปฯ ร่วมปกป้องผู้ใช้งานและธุรกิจอย่างครอบคลุม โดยนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาแอปฯ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของกลโกงออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ประชาชนควรตื่นตัวและใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องตนเอง เช่น :

  • ดาวน์โหลดแอป Whoscall : ฟีเจอร์ Caller ID จะยังเป็นแนวป้องกันแรกที่สามารถระบุตัวตนของหมายเลขที่ไม่รู้จักแบบเรียลไทม์ ช่วยเตือนภัยสายเรียกเข้าหลอกลวง และสายสแปมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล: ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังเมื่อแชร์ข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ และระวังลิงก์ หรือคำขอที่น่าสงสัย โดยสามารถทดลองใช้ฟีเจอร์ ID Security เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลไปที่ไหนแล้วหรือไม่ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อความ SMS
  • ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ
  • สำหรับผู้บริโภค: บริการ Auto Web Checker บนแอปพลิเคชัน Whoscall จะช่วยแจ้งเตือน เมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์จากข้อความ SMS หรือเว็บบราวเซอร์ เข้าไปยังเว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตราย
  • สำหรับธุรกิจ: Whoscall Verified Business Number หรือ VBN จะช่วยยืนยันเบอร์โทรศัพท์ของธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความถูกต้องของสายโทรเข้า ธุรกิจสามารถใช้โซลูชันนี้เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารกับลูกค้า ปกป้องภาพลักษณ์ของแบรนด์ และป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงจากการถูกแอบอ้าง“

“เราพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนอย่างใกล้ชิดในการลดอัตราการหลอกลวงจากมิจฉาชีพ สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการหลอกลวงดิจิทัล เพื่อปกป้องทั้งผู้ใช้และองค์กรในทุกช่องทาง” นายแมนวู จู กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...