โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดกลยุทธ์ปี 2025 ‘MINOR INTERNATIONAL’ เพิ่มโรงแรม – เปิดขายเฟรนไชน์ธุรกิจอาหารครั้งแรก

TODAY Bizview

อัพเดต 19 ก.พ. 2568 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 05.21 น. • workpointTODAY

ใครว่าธุรกิจใหญ่ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย หรือปรับน้อยกว่าธุรกิจรายเล็ก?

เพราะแม้แต่ธุรกิจใหญ่อย่าง ‘ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ (MINT) ธุรกิจที่เป็นโกลบอลอยู่แล้ว สำหรับปี 2025 ได้วางเป้าเติบโตที่ไกลออกไปแถมยังชัดเจนด้วย โดยอยากจะเห็นตัวเลขโรงแรมในพอร์ตธุรกิจมีมากกว่า 1,000 แห่งในปี 2029 และร้านอาหาร 4,500 แห่ง

ตัวเลขที่วางสูงขนาดนี้ไม่ง่ายเลย เพราะแม้แต่‘ดิลลิป ราชากาเรีย’ CEO กลุ่มธุรกิจ MINT เองก็ย้ำระหว่างแถลงทิศทางธุรกิจว่า “มันไม่ง่าย แต่มันจะเป็นไปได้แน่นอน”

ความมั่นใจนี้มาจากผลการดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2024 ไมเนอร์ฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 43% เทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 7,750 ล้านบาท ถือเป็นผลทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

มาจากปัจจัยหลายเรื่อง อย่างเช่น

  • ความต้องการเดินทางทั่วโลก
  • สถานะทางการเงินที่ดีขึ้น เพราะสามารถลดหนี้ได้ตามเป้า
  • MINOR FOOD ในตลาดไทย โต 8%
  • MINOR HOTELS ในยุโรป-อเมริกา รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนเพิ่มขึ้น 9% ส่วนในไทย 17%
  • จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น
  • การขยายเส้นทางการบินที่มากขึ้น

นอกจากนี้ ปี 2024 MINT ได้เปิดโรงแรมใหม่ 30 แห่งมีห้องพักกว่า 3,000 ห้อง โดยใช้โมเดลธุรกิจใหม่ ‘Asset-light Model’ คือ การจ้างบริหาร ซึ่งโมเดลรูปแบบนี้ได้ใช้ในปีนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อสอดรับการแผนโรงแรม 1,000 แห่งในอีก 4 ปีข้างหน้า

“ประมาณ 80% เรารับจ้างบริหาร ดังนั้นปี 2029 โรงแรมน่าจะมีมากกว่า 1,000 แห่ง เราทำได้แน่นอน อย่างก่อนหน้านี้ที่ไปบุกญี่ปุ่นแล้วได้เป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจกับ Royal Holdings ในญี่ปุ่น ซึ่งเขามีโรงแรมประมาณ 60 แห่งอยู่แล้ว โรงแรมของเขาก็เป็นโรงแรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่มีความกังวลเลยที่เป้าหมายจะไม่ถึง”

แผนต่อจากนี้ของ MINT ก็คือ ดำเนินงานจากฐานที่แข็งแกร่งในเมืองสำคัญต่างๆ ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และโอเชียเนีย เช่น การเปิดตัวโรงแรม NH Collection Helsinki Grand Hansa ในประเทศฟินแลนด์, โรงแรม Anantara Stanley & Livingstone Victoria Falls ในประเทศซิมบับเว และ Anantara Jewel Bagh Jaipur Hotel ในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เป็นต้น

สำหรับแผนการเติบโตของธุรกิจ MINOR FOOD เพื่อให้ถึงเป้า 4,500 แห่งในปี 2029 ในปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ‘ใช้ระบบเฟรนไชน์’ จากที่ไม่เคยเปิดขายโมเดลรูปแบบนี้มาก่อน

2 แบรนด์นำร่องที่จะเริ่มในปีนี้ก็คือ‘GAGA กับ Bonchon ซึ่งติดเป็นแบรนด์ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของ MINOR FOOD ที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่ง และเพื่อสอดรับกับแผนการเติบโตของธุรกิจนี้ให้เป็นดับเบิลดิจิต

“MINOR FOOD ยังเป็น top of mind ที่หลายๆ แบรนด์ทำได้ดี ก็คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นต่อไปอีกนาน เพราะหลายแบรนด์ของเรามีฐานลูกค้าคนไทยค่อนข้างเยอะ”

“สิ่งที่ทำให้กังวลแทบไม่มี เราไม่ได้กลัวจนถอย อย่างแผนการขยายโรงแรมกับร้านอาหาร เราค่อนข้างมั่นใจมากๆ ในเชิงการวางแผน และการดำเนินการที่ผ่านมาว่า เรายังคง performe ด้วยคุณภาพที่สูง เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อวันนี้ (TODAY) แต่เพื่อวันข้างหน้า (TOMORROW)”

ทั้งยังทิ้งท้ายว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า MINT ได้จัดสรรงบประมาณราวๆ 10,000-12,000 ล้านบาทเป็นเงินลงทุนสำหรับการรีแบรนด์, รีโพซิชั่นนิ่ง การปรับปรุงต่างๆ ที่ควรต้องทำ เพื่อให้ธุรกิจมันดีขึ้น มีคุณภาพขึ้น

ส่วนแบรนด์ใหม่ที่จะเข้ามาสู่ตลาดไทยปีนี้ น่าจะมีประมาณ 3-4 แบรนด์ โดยเฉพาะใน MINOR FOODS อาจจะต้องติดตามต่อไป ที่แน่ๆ เปิดไปแล้วไปหนึ่งก็คือ‘Steak & More’ ที่อยากให้เป็นระดับที่ลูกค้าใช้จ่ายได้ แต่ MINT ย้ำว่าจะไม่ทำสงครามสู้ด้วยราคา แต่เป็นการสามารถเข้าถึงได้มากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...