โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอลนีโญ” ซ้ำเติมโลก ยุโรปเดือดทะลุ 40°C ผู้เสียชีวิตเพิ่มไม่หยุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ดร.สนธิ คชวัฒน์ เตือน “ยุโรป” กำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับเอลนีโญซ้ำเติม! ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนประวัติการณ์ เสียชีวิตแล้วกว่า 18 ราย

หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังอุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ของสเปน ฝรั่งเศส อิตาลี และสหราชอาณาจักร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 18 ราย ขณะที่หน่วยงานด้านสภาพอากาศและนักวิทยาศาสตร์ต่างจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคลื่นความร้อนระลอกนี้มีความรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ

สาเหตุสำคัญมาจากระบบความกดอากาศสูงขนาดใหญ่กำลังแรง หรือที่เรียกว่า "แอนติไซโคลนแอฟริกา" (African Anticyclone) ซึ่งพัดพามวลอากาศร้อนจากทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกาขึ้นมาทางตอนเหนือ ก่อนแผ่ปกคลุมยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "โดมความร้อน" หรือ Heat Dome ทำหน้าที่เสมือนฝาครอบขนาดมหึมาที่กักเก็บความร้อนไว้ใกล้พื้นผิวโลก

ระบบความกดอากาศสูงดังกล่าวยังเคลื่อนตัวช้าและมีความรุนแรง ส่งผลให้มวลอากาศร้อนถูกกักเก็บสะสมอยู่ใต้ชั้นบรรยากาศเป็นเวลานาน ขณะเดียวกันก็ขัดขวางการก่อตัวของเมฆ ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงสู่พื้นดินได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน ความร้อนจึงสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอุณหภูมิในหลายพื้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 10-16 องศาเซลเซียส และทำลายสถิติอากาศร้อนในหลายประเทศ

นักอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า ภายใต้โดมความร้อน มวลอากาศจะจมตัวลงและถูกบีบอัดจนเกิดความร้อนเพิ่มขึ้นในกระบวนการที่เรียกว่า Compressional Heating ส่งผลให้สภาพอากาศร้อนจัดรุนแรงขึ้นอีกระดับ ขณะที่คลื่นความร้อนครั้งนี้นับเป็นระลอกที่สองของปี หลังจากยุโรปเพิ่งเผชิญอากาศร้อนจัดมาแล้วในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกกำลังทำให้คลื่นความร้อนในยุโรปเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และเริ่มต้นเร็วขึ้นกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัด โดยยุโรปถือเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2 เท่านับตั้งแต่ทศวรรษ 1980

ขณะเดียวกัน อิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ยังมีส่วนซ้ำเติมให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้สภาพอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลกเกิดความแปรปรวนและเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้น รวมถึงคลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรปครั้งนี้ด้วย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรกหรือโรคลมแดด นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ เนื่องจากดินและพืชพรรณสูญเสียความชื้นอย่างหนัก

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยุโรปสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของโลกที่กำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น ทั้งจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและผลกระทบของภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของมนุษยชาติในศตวรรษนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...