โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มองหุ้นไทยหลุมหลบภัย ลุ้นแตะ 1,644 จุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปมุมมองการลงทุนจาก บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ชี้ตลาดหุ้นไทยคือ

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 23 มิ.ย. 69 ประเมินทิศทางตลาดทุน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเจาะลึกกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจลงทุนในเวลานี้

ตะวันออกกลางทรงตัว ตลาดทุนโฟกัสผลประกอบการ

นายประกิต ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันเข้าสู่ช่วงทรงตัวและคาดว่าจะอยู่ในกรอบระยะเวลา 60 วัน แม้ว่าจะมีการตกลงในหลักการเบื้องต้น เช่น การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การปลดล็อกทรัพย์สิน และการตั้งกลไก De-confliction cell เพื่อลดความขัดแย้ง แต่สถานการณ์ในพื้นที่จริงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงไม่มีทางออก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนมากนัก ทำให้กระแสเงินทุนเริ่มกลับเข้าสู่วงจรปกติเพื่อรอดูการประกาศผลประกอบการ (Earnings) ต่อไป

ฟันธง กนง. คงดอกเบี้ย จับตาเงินบาทอ่อนค่าหนุนส่งออก

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย นายประกิตเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" อย่างแน่นอน เนื่องจากได้ปรับลดไปแล้วในช่วงต้นปี ขณะที่ธนาคารกลางในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย ได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก

นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุถึงมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี เพื่อรอดูทิศทางเงินเฟ้อและสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคต

หุ้นไทยน่าลงทุน ลุ้นดัชนี 1,644 จุด ชูส่งออก-แบงก์เด่น

ในมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย นายประกิตระบุว่า ตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ถือเป็นสินทรัพย์ที่พึ่งพาได้มากกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยให้เป้าหมาย (Target) ดัชนีที่ระดับ 1,644 จุด ซึ่งประเมินว่ายังมีพื้นที่ (Upside) ให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้อีกราว 60-70 จุดจากระดับปัจจุบัน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ มีดังนี้

  • กลุ่มส่งออก: ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า โดยมีหุ้นเด่นคือ HANA และ KCE

  • กลุ่มธนาคาร แนะนำสำหรับการเก็งกำไรผลประกอบการ (งบการเงิน) โดยให้ความสนใจ KBANK และ KKP เป็นอันดับต้น ตามด้วย SCB, KTB และ TTB

  • กลุ่มไฟแนนซ์และสินเชื่อ เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีและน่าเข้าเก็งกำไร โดยเฉพาะหุ้น KTC

ทั้งนี้ นายประกิตได้ให้ข้อควรระวังสำหรับการลงทุนในดัชนี SET50 (เล่นรันฝั่ง Long) ว่ายังค่อนข้างอันตราย เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA ยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นเพื่อสนับสนุนตลาด ส่วนทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันเริ่มมีลักษณะนิ่ง แกว่งตัวออกข้าง (Sideways) และมองว่ามีความเสี่ยง จึงยังไม่น่าสนใจในการเข้าลงทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...