มท.4 ลุยปราบนอมินี-ถือครองที่ดิน-รุกที่สาธารณะ จ.ภูเก็ต ส่งDSI สอบ317บริษัท
มท.4 ลั่น ปราบนอมินี-ถือครองที่ดิน-รุกที่สาธารณะ จ.ภูเก็ต รื้อสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ ก.ค.นี้ เตรียมส่งข้อมูลดีเอสไอ สอบ 317 บริษัทถือครองที่ดินผิดกม.-เร่งบังคับขายโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้ลงไปติดตามใน3-4 เรื่อง คือ กรณีที่มีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะที่หาดบางเทา หาดฟรีดอมและหาดนุ้ย
โดยหาดบางเทา ตำรวจรับเป็นคดีและอยู่ระหว่างการสอบสวน รวมถึงเรื่องรับส่วย กรณีนี้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง จะให้กรมการปกครองเป็นผู้แถลงรายละเอียด
ส่วนหาดฟรีดอม อยู่ในกระบวนการของตำรวจ ซึ่งเป็นพื้นที่ของป่าไม้ คาดว่าจะเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ภายในเดือนส.ค.นี้ เนื่องจากคู่กรณีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์หลังกรมป่าไม้ออกคำสั่งไปแล้ว จึงต้องรอให้หมดช่วงเวลาดังกล่าวก่อน ขณะที่หาดนุ้ย คาดว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ช่วงกลางเดือนก.ค.นี้
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังไปติดตามเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ โดยมีข้อมูล 99%และได้มอบหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงให้แถลงข้อเท็จจริงต่อไป และ เรื่องที่สาม คือ บริษัทที่เป็นนิติบุคคลต่างด้าว ถือครองที่ดิน โดยมีการตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่ามีกลุ่มธุรกิจประมาณ 317 บริษัท ถือครองที่ดินกว่า 480 แปลง
โดยกรณีที่ดิน เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายที่ดิน จึงต้องบังคับขายเพราะไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน คำถามคือต่างด้าวถือครองได้อย่างไร โดยพบว่าพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันจดทะเบียนบริษัทอาจมีทั้งคนไทยและต่างชาติ เข้ามาจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามสัดส่วน แต่หลังจากนั้นมีการซื้อขายที่ดินและเปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้น ถือว่ามีความผิด จึงจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อบังคับขาย
หากไม่ทำตามขั้นตอน จะเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าไปดำเนินการ จากนั้นจะส่งข้อมูลทั้ง 317 บริษัทให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำความผิดคล้ายกันและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีกลุ่มคนอื่นถือครองหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงหลายพันล้านบาท และเป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ที่จะให้ต่างด้าวมาถือครองที่ดินไม่ได้
ทั้งนี้พฤติการณ์ เรื่องนอมินีส่วนใหญ่จะมีบริษัททนายความและบริษัทบัญชี เข้าไปให้บริการ เช่น มีหนึ่งคนเข้าไปถือครองหุ้นหลายบริษัท และในกรณีนี้จะมีการขยายผลไปในทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติเข้ามาทำนัดตั้งรกราก เช่น ภูเก็ต สมุยพะงัน กระบี่ พังงา ปาย ชลบุรี ระยอง รวมถึงกรุงเทพฯ
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ในเรื่องของนอมินี มีการส่งข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะเห็นความชัดเจนขึ้น เพราะต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลให้แม่นยำ มิเช่นนั้นข้าราชการที่ตรวจสอบก็จะมีปัญหา เพราะมีลักษณะการถือครองแบบอำพราง เช่น บริษัทเอ ถือครองหุ้นข้ามบริษัท และให้บริษัทบี มีให้คนไทยถือครองในสัดส่วนที่มากกว่า แต่พอมารวมกัน กลายเป็นว่าสัดส่วนที่คนต่างชาติถือครองหุ้นสูงกว่าคนไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ต่างด้าวบางราย ไปขอสัญชาติไทยแล้วมาถือครองหุ้นจะถือว่าเป็นนอมินีและมีความผิดหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติไทย ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เช่น กรณีที่จ.เชียงใหม่ ที่ออกบัตรประชาชนให้โดยไม่ถูกต้อง
ขอย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นต่างชาติหรือคนไทย ที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว หากใครไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตต้องจัดการ จะแอบอ้างบริหารจัดการแล้วนำมาปล่อยเช่าก็ทำไม่ได้
ทั้งนี้ หากเคลียร์พื้นที่ที่มีปัญหาเสร็จแล้ว อาจนำพื้นที่เหล่านั้นมาจัดสรร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมาย เช่นให้องค์การปกครองท้องถิ่นบริหารในภาพรวม โดยต้องมีรูปแบบกฎกติกาในการใช้พื้นที่ไม่ให้กระทบกับธรรมชาติ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มท.4 ลุยปราบนอมินี-ถือครองที่ดิน-รุกที่สาธารณะ จ.ภูเก็ต ส่งDSI สอบ317บริษัท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th