โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ขาใหญ่อ้างชื่อ “บ้านท่าทราย” รุมทำร้าย-กักขังสาว 16

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 10 มิ.ย. เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. เวลา 04.07 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(10 มิ.ย. 69) นายกฤษณะ อายุ 34 ปี ได้พา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ลูกสาว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธาน กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกสาวและกลุ่มเพื่อนรวม 4 คน ถูกแก๊งชายฉกรรจ์กว่า 10 คน อ้างชื่อเป็นคนบิ๊กเนม "บ้านท่าทราย" รุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ พร้อมทั้งกักขังและฉุดกระชากถอดเสื้อประจานกลางซอยนนทบุรี 23 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อช่วงดึกของวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา

.

น.ส.เอ เล่าถึงชนวนเหตุว่า ตนและกลุ่มเพื่อนได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในซอยดังกล่าวเพื่อเคลียร์ปัญหากลุ่มเพื่อนหญิงด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงกลับถูกชายคนหนึ่งชื่อ "ต๋อย" เดินเข้ามาด่าทอท้าทายอ้างชื่อบ้านท่าทราย ก่อนเปิดฉากตบเพื่อนตนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ตนเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามเข้าช่วย แต่กลับถูกนายยันและนายดุ๋ม สองพ่อลูกพร้อมพวกรวมกว่า 10 คน กรูเข้ามาล็อกคอตบหน้า รุมกระทืบ และวิ่งไล่ตามมาถอดเสื้อยืด พยายามดึงเสื้อชั้นในเพื่อเปิดหน้าอกประจานกลางซอย ตนต้องวิ่งหนีตายข้ามฝั่งถนนไปเรียกรถชาวบ้านให้พาส่งกลับบ้านพ่อ โดยทิ้งเพื่อนอีก 3 คนถูกกลุ่มอิทธิพลยึดกุญแจรถและกักขังไม่ยอมให้กลับ

.

ขณะที่นายกฤษณะ ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า ทันทีที่ทราบเรื่องได้รีบลงพื้นที่พร้อมประสานตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เข้าช่วยเหลือเด็กๆ ที่ถูกกักขังออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุอ้างหน้าตาเฉยว่าลงมือเพราะเด็กกลุ่มนี้ "ปากแจ๋ว" ตนมองว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม ยิ่งมีการประกาศศักดาอ้างความใหญ่โตในพื้นที่ ยิ่งทำให้ครอบครัวหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากลูกสาวต้องใช้เส้นทางนี้ไปเรียนหนังสือทุกวัน จึงขอสู้ตายดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้ น.ส.เอ มีบาดแผลบอบช้ำทั่วร่างกาย ทั้งเบ้าตาขวาเขียวช้ำ ปากแตก และรอยแดงจากการถูกกระชากเสื้อ

.

ด้าน ดร.แก้ว เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องได้ประสานไปยังรองผู้กำกับการสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บบันทึกข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ยืนยันพฤติกรรมรุมทำร้าย กักขังหน่วงเหนี่ยว และอนาจารเด็กผู้หญิงกลางแจ้งเช่นนี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด และจะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย พร้อมฝากเตือนกลุ่มผู้ก่อเหตุให้เข้ามอบตัวและรับสภาพความผิดตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...