ภคมน เผย กมธ. พัฒนาการเมืองเชิญอธิการบดีมหิดล ยืนยันปม สรณ ขาดคุณสมบัตินั่งประธาน กสทช.
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกของพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ขอให้มีการเรียกหลักฐานสำคัญเพื่อยืนยันการขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. คนปัจจุบัน
ภคมน กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนและ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ได้นำบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการ ICT วุฒิสภา ไปยื่นต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อเป็นหลักฐานว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติจริง แต่หลักฐานดังกล่าวเป็นเอกสารลับที่ได้มาจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม คณะกรรมการสรรหาฯ จึงกังวลเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายและขอให้ยื่นหลักฐานที่ได้มาโดยชอบ พร้อมกับต้องการให้มหาวิทยาลัยมหิดลมาร่วมยืนยันด้วย ล่าสุด กรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ เตรียมตั้งวาระเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่า บันทึกการประชุมดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการประชุมกรรมาธิการ ICT ของวุฒิสภาในสมัยประชุมที่แล้วจริง
ตนขอย้ำว่า เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. ไม่ใช่เรื่องของบุคคล ตนและเพื่อน สส. ของพรรคประชาชนไม่ได้มีปัญหาหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับสรณ เพียงแต่ว่าสิ่งที่พวกตนต้องตั้งคำถามวันนี้ คือการที่เรายินยอมให้บุคคลดังกล่าว ซึ่งสามารถดูแลทรัพยากรคลื่นความถี่ของประเทศที่มีมูลค่าหลายล้านบาท ดำรงตำแหน่งได้ ทั้ง ๆ ที่ขาดคุณสมบัติ เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยสามารถยอมรับได้หรือไม่ ตนคิดว่านี่คือการละเลยต่อกฎหมายมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่าสามปี ทั้ง ๆ ที่เอกสารที่พวกตนยื่นไปให้กับคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไม่ใช่เอกสารใหม่ แต่เป็นเอกสารที่สาธารณะเคยรับรู้ เพียงแต่ว่าไม่เคยถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดการพ้นจากคุณสมบัติ หรือการหลุดจากตำแหน่งของประธาน กสทช.
วันนี้ตนในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง จะรับหนังสือดังกล่าวจากสภาองค์กรของผู้บริโภค และเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมายืนยันว่า หลักฐานที่มีว่าสรณไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวแม้แต่วันเดียวเป็นเรื่องจริง และจะทำให้องค์กร กสทช. เป็นองค์กรที่พี่น้องประชาชนพึ่งพาได้และตรวจสอบได้ เพราะทุกวันนี้องค์กรดังกล่าวมีความลับลวงพรางอย่างมาก งบประมาณส่วนใหญ่ แม้กระทั่งสภาเองหรือกรรมาธิการงบประมาณ ก็ไม่สามารถขอดูเอกสารการเบิกจ่ายได้เลย และที่สำคัญ กสทช. มีกองทุนที่สำคัญคือกองทุน USO ที่มีงบประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งประธาน กสทช. มีอำนาจสำคัญในการเบิกจ่ายหรือจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ได้
ภคมน กล่าวต่อว่าวันนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยต้องตั้งหลักเป็นเรื่องเดียวกันว่า เราจะสามารถยอมให้คนที่ขาดคุณสมบัติ ไม่มีแม้กระทั่งความรับผิดชอบในคุณสมบัติของตนเอง นั่งอยู่ในตำแหน่งสำคัญได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับได้ วันนี้ตนในฐานะ สส. ของพรรคประชาชน และในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ก็จะรับเรื่องดังกล่าวไว้และจะดำเนินการให้ถึงที่สุด
รวมถึงขอเรียนไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลว่า วันนี้เหลืออีกเพียง 9 วันที่คณะกรรมการสรรหาจะปิดรับการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. ซึ่งตนก็อยากให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ กสทช. ยืนตรงและเป็นองค์กรที่ตรงไปตรงมา ช่วยกันให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ กสทช. ได้ตั้งหลัก และสามารถทำงานเป็นเรื่องเป็นราวให้พี่น้องประชาชนพึ่งพิงได้
ภคมน กล่าวทิ้งท้ายว่า จนถึงวันนี้พี่น้องสื่อมวลชนยังต้องอยู่กับความไม่แน่นอน เพราะ กสทช. ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ครั้งต่อไป การที่ กสทช. ไม่ขับเคลื่อนงานใหญ่เช่นนี้ เป็นเพราะพวกเขารู้อยู่แก่ใจว่าคุณสมบัติของตัวประธานนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
อ่านข่าวเพิ่มเติม