โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ชัชวาล" ชี้งบ 70 เฉือนเงินลงทุนโปะจ่ายประจำปล่อยทุ่งกุลาฯลุ้นฝน จี้เลิกให้ชาวนารองบกลาง แฉนร.ไร้นมกินแต่เกษตรกรต้องเททิ้ง

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

สส.ทสท. ระบุงบปี 70 เฉือนเงินลงทุนโปะรายจ่ายประจำ ปล่อยทุ่งกุลาร้องไห้เสี่ยงดวงลุ้นฝน บี้รัฐบาล "ไร่ละพัน" หายไปไหน จี้เลิกปล่อยชาวนารองบกลาง พร้อมแฉนโยบายหมื่นล้านย้อนแย้ง เปิดเทอม 2 เดือนเด็กไม่ได้กินนม ขณะที่เกษตรกรระทมต้องเททิ้ง

วันนี้ (30มิ.ย.) นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 พรรคไทยสร้างไทย อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยตั้งคำถามว่า งบประมาณแผ่นดินกว่า 3.78 ล้านล้านบาทนี้ กำลังถูกใช้สร้างอนาคตหรือปล่อยให้ประชาชนอยู่ในวงจรปัญหาเดิมๆ พร้อมชี้ให้เห็นข้อสังเกตที่น่ากังวลจากการศึกษาร่าง พ.ร.บ. ควบคู่กับรายงานวิเคราะห์ของสำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) ว่าเป็น “งบแก้ปวดหาย ไม่ใช้งบรักษาโรค” เนื่องจากวงเงินงบประมาณภาพรวมเพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายลงทุนกลับลดลงกว่า 72,000 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 8.4) ขณะที่รายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นกว่า 131,000 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5) สะท้อนว่าประเทศกำลังเฉือนเนื้อเงินลงทุนเพื่ออนาคตไปโปะให้รายจ่ายประจำที่โตไม่หยุด

นายชัชวาล อภิปรายต่อไปถึงปัญหาการจัดงบประมาณไม่สอดคล้องกับวิกฤตบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่ขาดแคลนแหล่งน้ำและน้ำใต้ดินเค็ม รัฐบาลแถลงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่กลับปรับลดงบลงทุนด้านความมั่นคงทางน้ำและงบจังหวัด กลุ่มจังหวัดลงอย่างมาก จนทำให้ประชาชนต้องฝากความหวังเรื่องภัยแล้งไว้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่ได้งบเพียง 2,000 ล้านบาท ราวกับเป็นซูเปอร์แมน ซึ่งหากรัฐบาลเห็นว่าการดัดแปลงสภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญ ก็ควรเพิ่มศักยภาพและนวัตกรรม ไม่ใช่ลดงบลงทุนโครงการด้านน้ำเกือบทั้งหมดแล้วปล่อยให้เกษตรกรต้องเสี่ยงดวงลุ้นฝนในทุกฤดูกาลเช่นนี้

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดลำดับความสำคัญและการใช้งบกลาง โดยนายชัชวาลตั้งคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่ประชาชนรอได้และรอไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่างงบทำถนนและซ่อมแซมของกระทรวงคมนาคมที่สูงเกือบ 4 แสนล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งควรชะลอไว้ก่อนเพื่อนำงบประมาณมาเร่งแก้ปัญหาปากท้องและสร้างหลักประกันรายได้ด้านน้ำให้เกษตรกร พร้อมทั้งจี้ถามรัฐบาลถึงมาตรการช่วยเหลือลดต้นทุนชาวนา "ไร่ละ 1,000 บาท" ว่าเหตุใดจึงไม่ถูกจัดไว้ในงบหลักของกระทรวงใดเลย แต่กลับต้องให้ชาวนารอลุ้นมติ ครม. และรอใช้งบกลาง ทั้งที่เป็นภารกิจที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าต้องทำทุกปี ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน จนชาวบ้านต้องสะท้อนความอัดอั้นว่า "ยามสิซอยคนทุกข์คือยุ่งยากคักแท้ บัดยามมาขอคะแนนคือเว้าง่ายคักแท้"

นายชัชวาล ยังได้อภิปรายถึงประเด็นการใช้งบประมาณไม่เต็มประสิทธิภาพ ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน วงเงินนับหมื่นล้านบาท ที่เกิดปัญหาบกพร่องด้านการบริหารจัดการอย่างย้อนแย้ง เนื่องจากโรงเรียนเปิดเทอมมานานกว่า 2 เดือนแล้วแต่เด็กนักเรียนยังไม่ได้ดื่มนม ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในหลายพื้นที่กลับต้องเทน้ำนมดิบทิ้งเพราะขายไม่ได้ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าไม่ได้เกิดจากปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ พร้อมเสนอทางออก 4 ข้อ ได้แก่ บูรณาการงบประมาณด้านน้ำทั้งระบบ, เพิ่มงบลงทุนแหล่งน้ำและชลประทาน, ยกระดับการช่วยเหลือเกษตรกรให้เป็นงบประจำที่ชัดเจนโปร่งใส และปรับโครงสร้างงบประมาณลดงบที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มงบลงทุนอนาคต

นายชัชวาล ระบุด้วยว่า ความสำเร็จของงบประมาณต้องวัดจากจำนวนปัญหาที่ลดลง ไม่ใช่ยอดเบิกจ่าย หากปีหน้าประชาชนยังต้องรอฝนและรัฐบาลยังต้องใช้งบเยียวยาแบบเดิม แปลว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ฉบับนี้ยังจัดลำดับความสำคัญไม่สอดคล้องกับวิกฤตและเป็นการเลื่อนปัญหาออกไป จึงหวังให้กรรมาธิการนำไปปรับปรุงในวาระที่ 2 อย่างจริงจัง เพราะงบประมาณที่ดีคืองบประมาณที่ทำให้ชาวนาไม่ต้องรอฝน เด็กไม่ต้องรอนม และประชาชนไม่ต้องรออย่างอุกอั่งเอ่ากับความหวังที่เลื่อนลอยจากรัฐบาลอีกต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...