โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สส.อัครแสนคีรี’ หนุนแนวคิดงบประมาณฐานศูนย์

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 3.12 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“อัครแสนคีรี” หนุนแนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ แต่ขอรัฐบาลใช้งบกลางเชิงรุก รับมือภัยแล้ง - อุทกภัย เร่งลงทุนแหล่งน้ำ ดัน One Map แก้ปัญหาที่ดิน ย้ำงบทุกบาทต้องกระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่1 ก.ค.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า พรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรและคนฐานราก มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมยอมรับว่าในช่วงแรกมีความกังวลต่อการจัดทำงบประมาณปี 2570 เนื่องจากงบพัฒนาจังหวัด งบด้านการเกษตร และงบพัฒนาแหล่งน้ำหลายส่วนถูกปรับลด ทั้งที่เป็นงบประมาณซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ภายหลังได้รับฟังคำชี้แจงของรัฐบาล โดยเฉพาะแนวคิดการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ทำให้เห็นถึงความพยายามในการปรับรูปแบบการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มากกว่าการจัดสรรงบประมาณแบบเดิมที่วางแผนล่วงหน้าเป็นเวลานานจนไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย และความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ

นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบกลาง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการเตรียมรับมือวิกฤตภัยแล้งและอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี จากการคาดการณ์ว่าประเทศไทยอาจเผชิญภาวะเอลนีโญที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างรุนแรง จึงเห็นว่ารัฐบาลควรใช้งบประมาณในเชิงป้องกันมากกว่ารอใช้งบเพื่อเยียวยาความเสียหายภายหลัง สิ่งที่สำคัญคือ การเร่งแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภค บริโภคให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอทั้งในเขตเมืองและชนบท การเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งในและนอกเขตชลประทาน ผ่านการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ขุดลอกลำห้วย พัฒนาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงสนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ทั้งด้านอากาศยาน เครื่องมือ และระบบพยากรณ์อากาศ เพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์

นายอัครแสนคีรี ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณด้านการสำรวจและรังวัดที่ดิน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันยังมีคำขอรังวัดและตรวจสอบแนวเขตที่ดินค้างสะสมจำนวนมาก ขณะที่หลายหน่วยงานประสบข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และเครื่องมือ ส่งผลให้ประชาชนต้องรอการดำเนินการเป็นเวลาหลายปี

นายอัครแสนคีรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลกำลังผลักดันโครงการ One Map เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกัน จึงควรเร่งจัดสรรงบประมาณ เพิ่มกำลังคนและเทคโนโลยี รวมถึงศึกษาการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสำรวจและรังวัดที่ดิน อันจะช่วยเร่งการออกเอกสารสิทธิ ลดข้อพิพาท และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“แม้จะเริ่มเข้าใจแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2570 มากขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า งบประมาณทุกบาท โดยเฉพาะงบกลาง งบกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ต้องใช้อย่างคุ้มค่า โปร่งใส และกระจายประโยชน์ไปสู่ประชาชนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่เฉพาะบางกลุ่มหรือบางพื้นที่ พร้อมขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปรับปรุงรายละเอียดให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง”นายอัครแสนคีรี กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...