โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาวุ่น! ภูมิใจไทยประท้วงเดือด หลัง "หมอวรงค์" ซัดปม TH-AI Passport

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สส.ภูมิใจไทย ดาหน้าประท้วงวุ่น หลัง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วันที่ 3 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปราย โดยอ้างอิงเอกสารงบประมาณฉบับที่ 4 ซึ่งเป็นงบประมาณเชิงบูรณาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยปลอดการทุจริต โดยกำหนดให้ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) อยู่ในอันดับไม่เกิน 43 จากปัจจุบันที่ไทยอยู่อันดับ 116 และตั้งเป้าคะแนนไม่น้อยกว่า 57 คะแนน

ขณะที่ปัจจุบันไทยได้ 33 คะแนน พร้อมชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่กล้าตั้งเป้าหมายดังกล่าว และสนับสนุนการตั้งคณะกรรมการประสานงานด้านการปราบปรามการทุจริต เพราะเห็นว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลและฝ่ายค้านต้องร่วมกันผลักดัน

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport แม้ สส.ฝ่ายรัฐบาลจะยืนยันก่อนหน้านี้ว่าไม่มีการทุจริต ไม่มีการล็อกสเปก เป็นเพียงการโฆษณาผ่านร้านสะดวกซื้อที่ใครก็ทำได้ และมีการปรับรูปแบบการจ่ายเงินเป็นรายเดือน ไม่ใช่วงเงิน 1,621 ล้านบาทตามที่สังคมเข้าใจ แต่ตนยังติดใจ โดยเฉพาะเงื่อนไขทีโออาร์ข้อ 5.2 ที่กำหนดให้ใช้จอโฆษณา 6,000 จุด

ทั้งนี้ ในระหว่างการอภิปราย นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุม เนื่องจากผู้อภิปรายพูดเรื่อง TH-AI Passport ซึ่งทราบว่าใช้เงินของกองทุน ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณปี 70 ที่พวกเรากำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งตนเห็นว่าเพื่อนสมาชิกพยายามนำเรื่องนี้มาอภิปรายผิดวาระอยู่หลายครั้ง

นายโสภณ ได้วินิจฉัยว่า ถึงแม้จะเป็นเงินกองทุน แต่ก็เป็นเงินการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และที่ผ่านมาหลายท่านก็พูดเรื่องนี้มา เราก็อนุญาตให้อภิปราย จึงขอให้ฟังไปก่อน ตนก็จะอนุญาตให้พูดได้ ส่วนจะนำเอกสารอะไรมาเหมือนที่มีผู้ประท้วง ที่อาจจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงขอให้อยู่ในประเด็นเหมือนผู้อภิปรายที่ผ่านมา เราก็อนุญาตให้ท่านพูดอยู่แล้ว

นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ขอถอนการเอ่ยชื่อบริษัทตามคำแนะนำของประธาน และจะเรียกว่าเป็น "บริษัทเอกชนรายหนึ่ง" ซึ่งในเว็บไซต์ระบุว่าให้บริการสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ มีจอโฆษณากว่า 14,000 จอ ครอบคลุมกว่า 2,000 สาขา โดยบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขทีโออาร์เพียงรายเดียว

เนื่องจากร้านสะดวกซื้อรายอื่นไม่มีองค์ประกอบครบตามที่กำหนด พร้อมระบุว่า แม้โดยทั่วไปใครก็สามารถซื้อโฆษณาได้ แต่ข้อกังวลอยู่ที่ นาย ป. ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นาย พ. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วนสำคัญ มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เข้าร่วมประมูลโครงการ TH-AI Passport จึงเกิดข้อสงสัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์หรือมีการล็อกสเปกหรือไม่ เพราะหากเป็นการซื้อโฆษณาทั่วไปย่อมไม่มีปัญหา แต่เมื่อผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติตามทีโออาร์เพียงรายเดียว มีความเชื่อมโยงกับบริษัทผู้เข้าประมูลของรัฐ จึงทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใส และต้องการให้รัฐบาลชี้แจง
นายโสภณ จึงทักท้วงว่า ห้ามพาดพิงบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงเพิ่มเติมว่า แม้ผู้อภิปรายจะถอนชื่อบริษัทแล้ว แต่ยังปรากฏชื่อบริษัทในสไลด์ จึงขอให้ประธานควบคุมการประชุม

จากนั้น นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า ผู้อภิปรายอภิปรายไปนอกประเด็น และยังไม่มีประเด็นไหนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณปี 70 ซึ่งประธานก็ได้เตือนผู้อภิปรายแล้วว่าอย่าพูดชื่อบริษัท แล้วก็มีการถอนออกไป แต่ในภาพสไลด์ก็มีชื่อบริษัทอีก จึงอยากให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปอย่างราบรื่นนพ.วรงค์ ยอมรับ และพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานฯ พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลชี้แจงข้อสงสัยทั้งหมดได้ จะเป็นผลดีต่อคะแนน CPI ของประเทศ พร้อมยืนยันว่าเงื่อนไขเรื่องจอโฆษณาถูกกำหนดไว้ในทีโออาร์อย่างชัดเจน และเชื่อมโยงกับเงื่อนไขการเบิกจ่าย หากไม่มีจอตามที่กำหนดก็ไม่สามารถรับการชำระเงินได้ จึงเป็นสาระสำคัญของโครงการ

ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ประท้วงประธานฯ ให้ควบคุมการประชุม และผู้อภิปราย ว่า สิ่งที่ผู้อภิปรายไม่เกี่ยวข้องกับประเด็น เพราะไม่ใช่เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 70 ซึ่งสิ่งที่อภิปรายไม่ได้อยู่ในเล่มที่พวกเราได้อ่านกัน จึงไม่สามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ และเรื่องนี้กรรมาธิการสามัญทั้งหลายก็มะรุมมะตุ้มกันเต็มที่แล้ว และสิ่งที่ตนประท้วงประธานฯ หากบอกว่าให้พูดเกี่ยวกับเรื่องเงินแล้วมาพูดกันในเรื่องวันนี้ ตนไม่เห็นด้วยกับประธาน เพราะต้องดูในสมุดขาวคาดแดงเท่านั้น อย่างอื่นไม่มี เพราะเป็นเรื่องของกองทุน เป็นคนละส่วนกับเรื่องนี้ การมาพูดแบบนี้ถือว่าผิดวาระ

ด้านนายโสภณ ได้วินิจฉัยว่า ถ้าไปลงลึกถึงรายละเอียด ก็เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายงบประมาณ แต่การอภิปรายงบประมาณจะอภิปรายในตัวเลขหรือการกระทำของคณะรัฐบาลไปใช้เงิน ก็มีสิทธิ์ที่จะอภิปรายได้ เพราะการใช้เงินก็สามารถอภิปรายได้ เราต้องแยกให้ออกระหว่างอภิปรายงบกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการประท้วงผู้อภิปราย ตนก็เน้นย้ำแล้วว่าห้ามเอาบุคคลภายนอกมาเกี่ยว และพูดในหลักการได้ ในหลักสุจริต

หลังจากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นประท้วงผู้ประท้วงว่า การประท้วงซ้ำซาก ซึ่งตนกำลังนั่งฟังผู้อภิปราย เพราะมีผลต่อการลงมติของเรา และคิดว่าเกี่ยวข้องกับงบประมาณ จึงขออย่าให้ขัดกันเลย เพราะฟังสัมภาษณ์ก็บอกว่าเดินมาด้วยดีตลอด แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ประธานฯ ก็ได้วินิจฉัยไปหลายครั้งแล้ว ไม่อยากให้ประท้วงซ้ำซากหลายครั้ง และประท้วงประธานฯ เรื่องการพูดถึงบุคคลที่สาม เพราะประธานต้องมีการวางหลัก ไม่ใช่ว่าพูดถึงไม่ได้ แต่จะต้องรับผิดชอบกรณีที่ไปกระทบต่อบุคคลที่สาม และอยากให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายจนจบ

จากนั้น นายศุภชัย ได้ลุกขึ้นประท้วงนายณัฐวุฒิ ว่าใส่ร้ายตน หาว่าประท้วงซ้ำซากถือว่าเป็นการเสียดสี และใส่ร้ายตน เพราะตนประท้วงโดยการใช้สิทธิ สส. และยืนยันว่า การพูดของผู้อภิปรายไม่ได้เกี่ยวข้องกับงบประมาณปี 70 และอยากให้ประธานฯ วินิจฉัยใหม่ ซึ่งจะพูดเรื่องงบประมาณกี่เล่มก็ได้ แต่ไม่ใช่ไปพูดถึงเรื่อง TH-AI Passport หรือบริษัท PLAN B หากจะไปตรวจสอบก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่เอาบริษัทที่อยู่ข้างนอกมาพูดและมาอ้างว่าพูดได้เท่าที่จำเป็น ก็ถือว่าไม่ใช่ และจะต้องไม่พูด

นายโสภณ ได้วินิจฉัยอีกครั้งว่า ตนก็ใช้ดุลพินิจของตน ถือเป็นที่สิ้นสุด เหมือนที่ตนวินิจฉัยของฝ่ายรัฐบาลว่าอนุญาตให้พูด จะให้ตนกลับคำวินิจฉัยก็คงไม่ได้ ฉะนั้นกรุณาเห็นใจประธานฯ หน่อย จะให้ทำถูกใจทุกท่านคงเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ตนยึดข้อบังคับ ฉะนั้นตนจะปฏิบัติถูกหรือไม่ถูก ไม่ใช่เรื่องที่ถูกใจของท่านทั้งสองฝ่าย แต่เป็นเรื่องที่วิญญูชนจะตัดสินเอง

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส เปิดประมูลอย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ใช้สิทธิตามทีโออาร์ยกเลิกโครงการ หากเห็นว่าเกิดความเสียหายหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเสนอให้ตัดเงื่อนไขที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีเดินทางไปดูงานต่างประเทศ เพราะขัดกับนโยบายรัฐบาลที่ไม่สนับสนุนการใช้งบเพื่อศึกษาดูงานต่างประเทศ

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลการรับเงินบำนาญ สส. ของตนผ่านสื่อของรัฐ โดยยืนยันว่าไม่เคยปฏิเสธการรับเงินดังกล่าว และเคยประกาศจุดยืนมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการให้ สส. รับบำนาญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ไชยชนก” แจงงบฯ 70 "ดีอี" งบเพิ่ม เหตุรวมระบบ Cloud ยันไม่มี TH-AI Passport เฟส 2

คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล คืบ! ศาลฎีกานัดไต่สวนพยาน 25 ส.ค.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาวุ่น! ภูมิใจไทยประท้วงเดือด หลัง "หมอวรงค์" ซัดปม TH-AI Passport

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...