โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มหาเจริญ’ เดินเท้าท่องเที่ยว ถอดรหัสประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยิบอินซอย เฉลิมฉลององค์กรครบรอบ 100 ปี ร่วมกับ WABU จัดกิจกรรม มหาเจริญ : Past to Present : เชื่อมกาลเวลาผ่านสถาปัตยกรรม เส้นทาง Walking Tour ร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์ ย่านมหาพฤฒาราม เจริญกรุง ตลาดน้อย วันที่ 27 มิถุนายน 2569

ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร กับ 10 จุด ได้แก่ วัดมหาพฤฒาราม, ร้านขายยาเอี๊ยะแซ, วัดอุภัยราชบำารุง, วานิชเฮาส์, บ้านโซวเฮงไถ่, ศาลเจ้าโรงเกือก, ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย, วัดแม่พระลูกประคำ (วัดกาลหว่าร์), ตรอกกัปตันบุช และอาคารอดีตห้างนายเลิศ

คำว่า มหาเจริญ ไม่ได้เป็นเพียงชื่อย่าน แต่เป็นการรวมชื่อถนนเส้นสำคัญ 2 เส้น คือถนนมหาพฤฒาราม กับ ถนนเจริญกรุง

มหาเจริญ : Past to Present เป็นกิจกรรมสะท้อนแนวคิด 100 ปีแห่งการเติบโตร่วมกันขององค์กรและชุมชน เพราะหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาของยิบอินซอย ไม่ได้เกิดจากความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เกิดจากความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ การอยู่ร่วมกันกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม

ความเจริญที่ผ่านยุคสมัยมาตั้งแต่การขุดคลอง การสร้างถนนสายแรก การอพยพมาตั้งถิ่นฐานของชาวจีนริมแม่เจ้าพระยา การได้รับอิทธิพลจากโลกตะวันตก จนกลายมาเป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจ พัฒนาการความเจริญเติบโตของพระนคร

Cr. Kanok Shokjaratkul

วัดมหาพฤฒาราม

"สร้างสมัยอยุธยา แต่มาขยายใหญ่โตในสมัยรัชกาลที่ 4 เดิมชื่อว่า วัดท่าเกวียน หรือ วัดตะเคียน พื้นที่แถบนี้เป็นจุดพักของเกวียนที่ขนสินค้ามาจากทางตะวันออกของกรุงเทพฯ

เรื่องที่น่าอัศจรรย์คือ เมื่อครั้งรัชกาลที่ 4 ยังทรงผนวชเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ พระองค์เสด็จมาแวะที่วัดนี้และได้พบกับเจ้าอาวาสชื่อ พระอธิการแก้ว ที่มีอายุ109 ปี ได้พยากรณ์ว่าพระองค์จะได้ขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินในไม่ช้า

เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์จึงได้กลับมาสถาปนาวัดนี้ใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น มหาพฤฒาราม เพื่อระลึกถึงพระอาจารย์

สถาปัตยกรรมภายในวัด เป็นการสร้างร่วมกันระหว่างพ่อกับลูก รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 มองเห็นสัญลักษณ์ พระมหาพิชัยมงกุฎ (รัชกาลที่ 4) และ พระเกี้ยว (รัชกาลที่ 5) ประดับอยู่ที่หน้าบันของวิหารแต่ละหลัง

Cr. Kanok Shokjaratkul

ในวัดมีงานจิตรกรรมฝาผนังแนวใหม่ที่ใช้ Perspective และโทนสีเขียวครามตามแบบตะวันตก ที่บานประตูมีลายปูนปั้นรูปเกวียนและช้าง เล่าตำนานวัดท่าเกวียนและเปรียบพระอธิการแก้วเป็นช้างคู่พระบารมีด้วย"

รศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้นำชมทริปนี้ เล่าให้ฟัง จากนั้นเดินออกจากวัดข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เป็น คลองผดุงกรุงเกษม

"บริเวณนี้เป็นนอกพระนคร เป็นคูเมืองชั้นที่ 3 ของกรุงเทพฯ โดยชั้นแรกคือคลองคูเมืองเดิมที่สร้างสมัยพระเจ้าตากสิน ส่วนชั้นที่ 2 คือคลองรอบกรุงที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1

Cr. Kanok Shokjaratkul

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดฯให้ขุดคลองผดุงกรุงเกษมขึ้นในปีพ.ศ. 2394 เพื่อขยายพื้นที่เมือง พื้นที่แถบนี้เดิมเป็นท้องนาและมีคลองเล็ก ๆ จำนวนมากระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อมองไปทางซ้ายด้านถนนเจริญกรุง จะมีสะพานข้ามคลอง ชื่อว่า พิทยสถียร หรือ สะพานเหล็กล่าง สั่งมาจากลอนดอนสามารถเปิด-ปิดให้เรือใหญ่ผ่านได้ ส่วนทางด้านขวาเป็น สะพานนี้จงสวัสดี สร้างโดยเอกชนคือตระกูล เหตระกูล สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดรับอิทธิพลการค้า วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่"

วัดมหาพฤฒาราม เปิดทุกวัน 08:00-18:00 น. โทร. 08 7189 4993 www.facebook.com/Pwatmahapruettaram

Cr. Kanok Shokjaratkul

ร้านขายยาเอี๊ยะแซ

เดินเท้าข้าม‘สะพานนี้จงสวัสดี’ ผ่านตรอกเข้าสู่ ถนนเจริญกรุง ถนนสายแรกของประเทศไทย เป็นการเปลี่ยนคมนาคมจากทางน้ำสู่ทางบก มีตึกแถวของชาวจีนตลอดความยาวถนน

เราแวะพักกันที่ร้าน เอี๊ยะแซ ร้านขายยาตำรับโบราณเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านตลาดน้อยมาเกือบ 150 ปี ตั้งแต่ปี 2467 สืบทอดกิจการมาถึงรุ่นที่ 4

มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องดื่มสมุนไพร คลายร้อนและบำรุงร่างกาย เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำเชงเลี้ยง ที่มีตัวยามากกว่า 15 ชนิด น้ำจุ่ยจิเช่า (หญ้าลิ้นงู) ช่วยล้างพิษ น้ำหล่อฮั้งก๊วย ช่วยให้ชุ่มคอ ทั้งหมดใช้ความหวานธรรมชาติจากสมุนไพรและหญ้าหวาน

ร้านขายยาเอี๊ยะแซ เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 09:00-17:00 น. / เสาร์ 09:00-15:00 น. โทร. 0 2234 1519 www.facebook.com/earsaireasy

Cr. Kanok Shokjaratkul

วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวน)

"มีชื่อเดิมภาษาเวียดนามว่า คั้นเวินตื่อ เป็นชุมชนชาวญวนอพยพหนีความขัดแย้งทางการเมืองมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารมาในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2420

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ได้ทรงสถาปนาและอุปถัมภ์วัดนี้ให้สวยงาม พระราชทานนามว่า วัดอุภัยราชบำารุง หมายถึงวัดได้รับพระบรมราชูปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์

มี ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ได้กิ่งมาจากพุทธคยาในสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2420 เติบโตต้นหญ้า ปัจจุบันชุมชนชาวญวนย้ายออกไปหมดแล้ว แต่วัดและวัฒนธรรมอย่างพิธีฉลองเทียนหลังตรุษจีน ยังคงมีอยู่

วัดอุภัยราชบำรุง เปิดทุกวัน 08:00-17:00 น. (พระอุโบสถ 08:00- 09:00 น. / 16:00-17:00 น.) โทร. 0 2233 3102

Cr. Kanok Shokjaratkul

ทำไมถึงชื่อ ตลาดน้อย ?

อาจารย์พีรศรี สันนิษฐานว่า เพราะแถบนี้เป็นตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่องมาจาก ตลาดใหญ่ หรือ ย่านสำเพ็ง

ตลาดน้อยในปัจจุบันมีการผสมผสานระหว่างความเก่าและความใหม่ มีร้านเซียงกงขายเครื่องยนต์เก่า แทรกตัวอยู่กับคาเฟ่หรือร้านอาหารของคนรุ่นใหม่

สถาปัตยกรรมมีตั้งแต่ตึกแถวรุ่นเก่าโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก ไปจนถึงตึกแถวคอนกรีตสมัยใหม่ยุครัชกาลที่ 6 เป็นมรดกมีชีวิตของกรุงเทพฯ

Cr. Kanok Shokjaratkul

ร้านขนมเปี๊ยะเฮียบเตียง

เดินกันต่อ เลี้ยวเข้าซอยเจริญกรุง 20 พบกับ ร้านขนมเปี๊ยะโบราณเฮียบเตียง ที่ขายมานานเกือบร้อยปี สูตรแต้จิ๋ว ทำแบบดั้งเดิม ให้เห็นกันสด ๆ อยู่ข้างหลังร้าน

ตึกแถวต่าง ๆ ใต้หน้าต่างจะมีการตกแต่งคอนกรีตด้วยความประณีต พอเป็นยุคหลัง ลวดลายจะเรียบลงแต่ยังคงมีลายซีเมนต์ที่สวยงาม โดยเฉพาะลายช่องลม พัฒนาการของรูปแบบก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปจนเริ่มเรียบขึ้นในยุคต่อ ๆ มา

Vanich House

คืนชีวิตโรงกลึงเก่าสู่พื้นที่สร้างสรรค์ ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2569 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

Cr. Kanok Shokjaratkul

"ผมเกิดที่นี่ บรรพบุรุษมาจากเมืองจีน ทำธุรกิจโรงกลึง ทำเครื่องจักรไอน้ำส่งให้โรงสีข้าว ส่งต่อกิจการกันมาจนถึงรุ่นที่ 6

ผมได้รีโนเวทอาคารนี้จากยุค Industrial มาเป็น Cultural Space ฟังก์ชันที่นี่มี 4 อย่าง เป็นคาเฟ่ Select Shop และ Event Space ออฟฟิศสถาปนิก Physicalist และโรงแรม 1 มีห้องพัก Mechanic Room

โครงไม้หลังคาสังกะสี ทำให้มืด ทึบ และชื้น ตอนรีโนเวทเราทำ 3 เรื่องหลัก 1) รักษา Spirit ของบ้านช่าง ไม่ทำดีเทลเยอะ แต่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น แผ่นหลังคาใส เพื่อให้สเปซสว่างขึ้น

Cr. Kanok Shokjaratkul

2) รักษาเสาเดิม อยู่ที่เดิมแต่เราทำฐานรากใหม่ 3) เปิดพื้นที่สู่สาธารณะ จากพื้นที่ส่วนตัว เป็นเหมือน ใต้ถุนเมือง ให้คนในชุมชนเข้ามานั่งเล่นหรือจัดงาน Collaboration ได้"

กาจ-กาจวิศว์ ริเริ่มวนิชย์ สถาปนิก ผู้ก่อตั้ง Physicalist เจ้าของสถานที่เล่าให้ฟัง

Vanich House เปิดทุกวัน 10:30-17:00 น. โทร. 09 7298 2655 www.facebook.com/p/Vanich-house-61561446923815

Cr. Kanok Shokjaratkul

บ้านโซวเฮงไถ่

"บ้านหลังนี้เก่าแก่ อายุ 200 ปี มี พระอภัยวานิช คหบดีชาวจีนฮกเกี้ยน ต้นสกุล โปษยะจินดา เป็นเจ้าของ พื้นที่ในตลาดน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเคยเป็นของตระกูลนี้

สถาปัตยกรรมเป็นเรือนสองชั้นแบบจีนที่มีเรือนประธานอยู่ตรงกลาง มีเรือนบริวารอยู่ทางซ้ายและขวา มุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา ยกใต้ถุนสูงแบบเรือนไทย มีระเบียงเฉลียงระบายอากาศ ปัจจุบันเป็นบ้านพักอาศัยของทายาทรุ่นที่ 8

"ผมเป็นทายาทที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานกว่า 40 ปีแล้ว ปัจจุบันบ้านหลังนี้มีอายุประมาณ 250 ปี แต่ไม่มีหลักฐานบันทึกแน่ชัดว่าสร้างเสร็จเมื่อไหร่

อาชีพหลักของผมคือสอนดำน้ำ ผมจึงสร้างสระว่ายน้ำขึ้นมาภายในลานกลางบ้านเมื่อปี 2548 เพื่อสร้างรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลบ้านที่มีราคาสูงมาก ปัจจุบันกิจกรรมดำน้ำลดน้อยลงแต่เปลี่ยนมาเน้นเรื่องการท่องเที่ยวแทน"

ภู่ศักดิ์ โปษยะจินดา เจ้าของบ้าน เล่าประวัติของบ้านให้ฟัง

Cr. Kanok Shokjaratkul

"ตอนขุดสระว่ายน้ำ เราได้พบไหโบราณและเสาไม้ใต้ดิน ซึ่งทางกรมศิลปากรมาตรวจสอบแล้วบอกว่าเสาเหล่านี้น่าจะมีอายุถึง 4,000 ปี แสดงว่าพื้นที่ตลาดน้อยอาจมีร่องรอยการอยู่อาศัยมาก่อน 250 ปี

ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือหลังคารั่วกระจาย การบูรณะทำได้ยากเพราะค่าใช้จ่ายมหาศาล เคยมีคนแนะนำให้ใช้เมทัลชีทแต่ผมมองว่ามันอาจจะไม่เหมาะสมกับสภาพบ้าน แต่กำแพงและโครงสร้างยังคงความดั้งเดิมไว้"

ชั้นบนของเรือนประธานประดิษฐานแท่นบูชาบรรพบุรุษ ตัวบ้านหันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตามทิศมงคลของฮวงจุ้ย ปัจจุบันมีบ้านพักอาศัยบังทัศนียภาพแม่น้ำไปแล้ว

บ้านโซวเฮงไถ่ เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 09:00-18:00 น. โทร. 09 1870 0618 www.facebook.com/Sohengtai

Cr. Kanok Shokjaratkul

ศาลเจ้าโรงเกือก

เป็นศาลเจ้าของชาวจีนฮากก้า (จีนแคะ) สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2431 แต่มีจารึกว่าชาวฮากก้าได้อัญเชิญผงธูปมาจากเมืองจีนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2331 แสดงถึงการเข้ามาตั้งรกรากในสยามตั้งแต่ต้นกรุง

"ที่เรียกว่าศาลเจ้าโรงเกือก มีคำอธิบายอยู่ 3 แนวทาง 1)เกือกม้า คนฮากก้ามีความชำนาญด้านช่างโลหะ เคยเป็นแหล่งทำเกือกม้า 2) รองเท้าหนัง มีหลักฐานใน นิราศชมตลาดสำเพ็ง สมัยรัชกาลที่ 5 ว่าย่านนี้เป็นที่ทำรองเท้าหนังโดยช่างจีนแคะ 3) ชาวบ้านบางส่วนบอกว่าในอดีตเคยทำรองเท้าเกี๊ยะ

ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้า ฮ้อนหว่องกุง ของชาวฮากก้า มีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาตามธรรมเนียมจีน"

ศาลเจ้าโรงเกือก เปิดทุกวัน 06:00-18:00 น. โทร. 08 5117 1304

Cr. Kanok Shokjaratkul

เดินต่อไป จากศาลเจ้าลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาไป กรมเจ้าท่า พื้นที่ตรงนี้ถือเป็น ประตูน้ำ สำคัญของประเทศในอดีตที่ยังไม่มีเครื่องบิน

"ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีตำแหน่งสำคัญคือ Harbor Master หรือ เจ้าท่า คนแรกคือ กัปตันบุช (พระยาวิสูตรสาครดิฐ) ชื่อเดิมว่า John Bush มีหน้าที่คอยรับเรือใหญ่จากสันดอนแม่น้ำและดูเวลาน้ำขึ้นน้ำลงเพื่อนำเรือเข้าสู่ท่าเรือกรุงเทพฯ

มีเรือไม้โบราณขนาดเล็กประดับทอง คาดว่าเป็นของเจ้านายในสมัยก่อนเก็บรักษาไว้"

เดินต่อไปผ่านประตูของกรมเจ้าท่าไปทางด้านขวา พบกับ

Cr. Kanok Shokjaratkul

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย

"เดิมชื่อ บุคคลัภย์ เป็นสำนักงานทดลองกิจการแบบธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2447

เมื่อกิจการมั่นคงก็ย้ายสำนักงานใหญ่มาตั้งที่ตลาดน้อยในปี พ.ศ. 2453 เพื่อแสดงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสยามให้โลกเห็น เนื่องจากตั้งอยู่ติดกับกรมเจ้าท่าซึ่งเป็นหน้าด่านการค้าสำคัญ

เป็นอาคารสามชั้น ออกแบบโดย อันนิบาล ริกอตติ (Annibale Rigotti) สถาปนิกชาวอิตาเลียน ในปี 2451 สถาปัตยกรรมแบบโบซารส์ (Beaux Arts) หนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมระดับไอคอนปรับโฉมภูมิทัศน์กรุงเทพฯ ให้มีความสง่างามสไตล์ตะวันตก

Cr. Kanok Shokjaratkul

ตัวอาคารมีรูปทรงเหมือน ถุงเงิน คือทางเข้าแคบแล้วไปบานใหญ่ริมแม่น้ำ และมีทางเข้าสองด้านทั้งด้านน้ำและด้านบก (ถนนเจริญกรุง) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย

ในปี 2525 ได้รับการยกย่องให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นของประเทศไทย จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 08:30-15:30 น. โทร. 0 2237 5001

Cr. Kanok Shokjaratkul

วัดแม่พระลูกประคำ (โบสถ์กาลหว่าร์)

"หลังที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่ 3 สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2434 สำหรับชุมชนคาทอลิกเชื้อสายโปรตุเกส

ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ตลาดน้อย ไม่ได้มีแต่ชาวจีนที่อพยพมา ยังมีชุมชนชาวโปรตุเกส มารับราชการเป็นทหารปืนใหญ่อยู่ด้วย ได้เชิญรูปแม่พระลูกประคำมาจากกรุงศรีอยุธยา และตั้งวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ

ชื่อ กาลหว่าร์ เพี้ยนมาจากคำว่า Calvary เนินเขานอกกรุงเยรูซาเล็มที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน

Cr. Kanok Shokjaratkul

ออกแบบโดย อันนิบาล ริกอตติ (Annibale Rigotti) สถาปนิกชาวอิตาเลียน ในรูปแบบ โกธิค (Gothic) ที่เน้นเส้นตั้งและโค้งยอดแหลม

ปัจจุบันโบสถ์นี้ยังคงความดั้งเดิมไว้มาก ไม่ได้มีการปรับปรุงจนทันสมัยเกินไปเหมือนที่อื่น นับเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ"

โบสถ์กาลหว่าร์ เปิดวันจันทร์-เสาร์ 16:30-18:30 น. / อาทิตย์ 07:00-11:00 น. และ 16:30-18:30 น. โทร. 0 2266 4849

https://www.facebook.com/share/1EeEBzioa8/?mibextid=wwXIfr

Cr. Kanok Shokjaratkul

ตรอกกัปตันบุช

เดินกันต่อมาจนถึง ท่าน้ำริเวอร์ซิตี้ เป็นการเดินจากตลาดน้อยเข้าสู่บางรัก

พื้นที่ตรงโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ เมื่อร้อยปีก่อนเป็นที่ตั้งของ ธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ ธนาคารของอังกฤษ ที่มีทางเข้าทั้งทางน้ำและทางบกคือตรอกกัปตันบุช ซอยแยกจากถนนเจริญกรุง (ซอยเจริญกรุง 30)

ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเป็นที่ตั้งของ ห้างหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ กิจการของ นายหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ ลูกชายของแหม่มแอนนา ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับรัชกาลที่ 5 เป็นบ้านเลขที่ 1 ภายหลังตกเป็นของพระคลังข้างที่

เดินต่อไปยังถนนเจริญกรุง ฝั่งซ้ายตรงอู่รถเมล์ 36 จะมีซอยเล็ก ๆ ในอดีตเป็นที่ตั้งของ ยูไนเต็ด คลับ (United Club) สโมสรที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ที่ชาวต่างชาติทุกชาติสามารถเป็นสมาชิกได้

เดินข้ามแยกสี่พระยามาทางซ้าย เรื่อยมาจนมองเห็นตึกแถวแนวยาวและตึก 7 ชั้น

Cr. Kanok Shokjaratkul

อาคารอดีตห้างนายเลิศ

"ริมถนนสายแรกของไทย เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ประจักษ์พยานคือ อาคารสูง 7 ชั้น เป็น ห้างนายเลิศ ของพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) พ่อค้าชาวสยาม ที่มีกิจการมากมายทั้งโรงแรม ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า เป็นตึกที่ทันสมัยมากในสมัยนั้น

ฝั่งตรงกันข้ามเป็นที่ตั้งของ ศูนย์แสดงสินค้าและส่งเสริมการค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกา (United States Trade Center) แห่งแรกในเอเชีย ในปี 2507 ปัจจุบันเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

"เราเริ่มธุรกิจที่ทางภาคใต้ คือหาดใหญ่ ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 บุกเบิกสร้างเมือง มิสเตอร์ยิบอินซอย เป็นลูกพ่อค้าเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในเมืองจีน แล้วไปฝึกงานที่ธนาคารที่ฮ่องกงอยู่ 2 ปี เป็นเด็ก 3 ภาษา มองเห็นลู่ทางเป็นตัวแทนส่งแร่ไปที่ปีนัง และรับซื้อแร่ เปิดสำนักงาน เป็นบริษัทจำกัด แล้วมาเช่าที่ตรงนี้

บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางคมนาคม ขนส่ง การค้า การไปรษณีย์ ซึ่งทันสมัยมาก มีหัวลำโพง เป็นคมนาคมหลัก แม่น้ำเจ้าพระยาก็ยังมีการขนส่ง มีโกดังอยู่แถววัดพระยาไกร"

Cr. Kanok Shokjaratkul

แววรัตน์ ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและสื่อสารองค์กร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

การเดินทางด้วยเท้าไปพบกับความเป็นสมัยใหม่ (Modernization) ของประเทศ ที่เกิดขึ้นจริงในช่วง 100-200 ปีที่ผ่านมาก็จบลง

บ้านเมืองไม่ใช่แค่สถานที่ หรืออาคาร ถนน คลอง แต่คือผู้คน วิถีชีวิต ที่อยู่คู่กับเมืองนี้มา

เมืองเป็นของทุกคน ประวัติศาสตร์ก็เป็นของทุกคน จึงควรเรียนรู้สืบค้นและร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไทยให้สวยงามไปด้วยกัน

Cr. Kanok Shokjaratkul

Cr. Kanok Shokjaratkul

Cr. Kanok Shokjaratkul

Cr. Kanok Shokjaratkul

Cr. Kanok Shokjaratkul

Cr. Kanok Shokjaratkul

Cr. Kanok Shokjaratkul

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...