โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รัดเกล้า” ชำแหละงบปี 70 หั่นงบเด็ก 3 ปีซ้อน วิ่งตามเทคโนโลยีหลงทิศ ย้ำประเทศต้องการ “ครูคุณภาพ”

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิถุนายน 2569 เวลา 5.30 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“รัดเกล้า” กางตำราชำแหละงบปี 70 หั่นงบเด็ก 3 ปีซ้อน วิ่งตามเทคโนโลยีหลงทิศ อัดยับงบบุคลากรศึกษาโตสวนทางประชากรเด็กดิ่ง ย้ำประเทศต้องการ “ครูคุณภาพ” ไม่ใช่คลาวด์-แท็บเล็ต บังหน้า

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่รัฐสภา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณด้านทุนมนุษย์และการศึกษา โดยระบุว่า งบประมาณปี 2570 ของรัฐบาลไม่ใช่โครงสร้างที่ "ขาดเงิน" แต่เป็นโครงสร้างที่ "ขาดอนาคต" และมีลักษณะการทำงานแบบหาเช้ากินค่ำ มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าการวางรากฐานระยะยาว
นางรัดเกล้า เปิดเผยไส้ในงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยเฉพาะเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ซึ่งปีนี้ถูกปรับลดลงอีกร้อยละ 3 เหลือเพียง 17,569 ล้านบาท พร้อมชี้ว่านี่เป็นการถูกหั่นงบประมาณติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนวิธีคิดของรัฐบาลที่มองว่า เงินช่วยเหลือเด็กเล็กเป็นเพียงรายจ่าย ไม่ใช่การลงทุนในทุนมนุษย์

"รัฐบาลอย่ามาอ้างว่าเด็กเกิดน้อยลงแล้วต้องลดงบประมาณตาม ยิ่งเด็กเกิดน้อย รัฐยิ่งต้องทุ่มงบประมาณเข้าไปเพื่อพัฒนาคุณภาพประชากร และนี่ควรเป็นโอกาสที่จะดันเบี้ยเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า แต่ปัจจุบันพบว่ามีครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ถึงร้อยละ 34 หลุดออกจากระบบและไม่ได้รับสิทธิ์ รัฐบาลมองไม่เห็นหัวคนกลุ่มนี้เลยหรืออย่างไร" นางรัดเกล้า ตั้งคำถาม
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงวิกฤตสังคมสูงวัย (Super Aged Society) ของไทยที่มีประชากรสูงอายุสูงถึงร้อยละ 20 ของประเทศ หรือราว 13.7 ล้านคน ขณะที่เด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 5 แสนคนต่อปี แต่รัฐกลับจัดสรรงบประมาณพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุของกรมกิจการผู้สูงอายุเพียง 8.8 ล้านบาท และงบส่งเสริมการมีงานทำเพียง 5 ล้านบาท ซึ่งถือว่ากระจุ๋มกระจิ๋ม และเป็นการอุ้มชูแทนที่จะสร้างความยั่งยืนให้ผู้สูงอายุยืนบนขาตัวเองได้ตามแนวคิด Silver Economy

ในมิติด้านการศึกษา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการว่า กำลังเดินหลงทิศทางระดับโลก โดยรัฐบาลทุ่มงบประมาณไปกับการก่อสร้างอาคาร การพัฒนาแพลตฟอร์ม และการเช่าอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งมากกว่าการลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ที่น่าแปลกใจคือ ประชากรเด็กดิ่งลดลงและงบเด็กถูกตัด แต่งบด้านบุคลากรทางการศึกษากลับสูงลิ่วถึง 210,000 ล้านบาท
นางรัดเกล้า ยังได้หยิบยกประสบการณ์และวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทด้านการศึกษา จากสถาบันอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Institute of Education (IOE) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มาอ้างอิงเพื่อชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการยัดเยียดเทคโนโลยีเข้าสู่ห้องเรียน
"งานวิจัยระดับโลกและวิทยานิพนธ์พิสูจน์มาแล้วว่า การใช้แท็บเล็ตไม่ได้ช่วยให้เด็กเรียนรู้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสวีเดนประกาศยกเลิกการใช้ดีไวซ์และแท็บเล็ตในโรงเรียนแล้ว นอร์เวย์ก็จำกัดการใช้ AI เพราะหน้าจอทำลายสมาธิเด็กและลดศักยภาพการอ่านจับใจความ ชาวโลกเขาตื่นรู้หมดแล้ว แต่ทำไมรัฐบาลไทยยังดันทุรังทำเรื่องนี้อยู่" นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องการเร่งด่วนที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีราคาแพง แต่คือครูที่มีคุณภาพในทุกโรงเรียน เพราะหากครูมีคุณภาพ มีเพียงกระดาษกับดินสอเด็กก็เก่งได้ แต่รัฐบาลกำลังจัดงบประมาณที่ทอดทิ้งเด็กในโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กบนยอดดอย เด็กชายแดน และเด็กในพื้นที่ห่างไกลไว้ข้างหลัง ซึ่งหากดันทุรังยัดเทคโนโลยีเข้าไปในสภาพที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม ก็จะเป็นการซ้ำเติมและตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้วิกฤตยิ่งขึ้
นางรัดเกล้า ระบุในช่วงท้ายของการอภิปราย ว่า แม้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) จะดีไซน์เสาหลักในการอัปเกรดทุนมนุษย์ไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการดึงศักยภาพสตรี ผู้พิการ และผู้สูงอายุเข้าสู่ตลาดแรงงานตามโมเดลของญี่ปุ่นและออสเตรเลีย แต่งบประมาณปี 2570 ของรัฐบาลชุดนี้กลับว่างเปล่า ไร้การตอบโจทย์ และแสดงให้เห็นถึงการจัดงบประมาณแบบมองปีต่อปี ขาดวิสัยทัศน์ระยะยาว จึงขอตราหน้างบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น "งบประมาณไร้อนาคต" อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...