“กลยุทธ์ Yen Carry Trade” คึกคัก กองทุนเพิ่มสถานะขายเงินเยนแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี
"กลยุทธ์ Yen Carry Trade" คึกคัก กองทุนเพิ่มสถานะขายเงินเยนแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี ท่ามกลางส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐ-ญี่ปุ่นที่ยังสูง แม้นักลงทุนยังต้องจับตาความเสี่ยง BOJ ขึ้นดอกเบี้ย
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 06.47 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักเก็งกำไรเพิ่มสถานะเดิมพันค่าเงินเยนอ่อนค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี สะท้อนการกลับมาของกลยุทธ์เยนแคร์รี่เทรด (Yen Carry Trade) แม้ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงจากการแทรกแซงค่าเงินของรัฐบาลญี่ปุ่นและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐ (CFTC) ระบุว่า กองทุนประเภท Leveraged Funds เพิ่มสถานะขายสุทธิเงินเยนเป็นมากกว่า 115,000 สัญญาในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 ขณะที่ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ตลาดจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง
การกลับมาของกลยุทธ์เยนแคร์รี่เทรด ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินเยนที่มีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์หรือสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ได้รับแรงหนุนจากภาวะความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง แม้ BOJ จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ที่ยังคงกว้าง ทำให้นักลงทุนจำนวนมากยังมองว่าการถือสถานะขายเงินเยนเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ขณะที่มาตรการแทรกแซงค่าเงินของรัฐบาลญี่ปุ่นในอดีตก็ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาวของค่าเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์ของ JPMorgan นำโดย จุนยะ ทานาเสะ ระบุว่า ตลาดได้สะท้อนความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ และการแทรกแซงค่าเงินไว้ในราคาสินทรัพย์แล้ว ต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่ทั้งสองปัจจัยยังเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของนักลงทุน
JPMorgan ยังชี้ว่านักลงทุนจำนวนมากมองการแข็งค่าของเงินเยนที่เกิดจากการแทรกแซงเป็นเพียงโอกาสในการกลับเข้ามาเปิดสถานะขายอีกครั้ง โดยเห็นได้จากการแทรกแซงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะทำให้สถานะขายเงินเยนลดลงชั่วคราว แต่หลังจากนั้นนักลงทุนก็กลับมาเพิ่มสถานะขายจนกลับสู่ระดับเดิมอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์เยนแคร์รี่เทรดยังคงมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย โดยในปี 2567 ตลาดเคยเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลัง BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและประกาศแผนลดการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลลงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนต้องเร่งปิดสถานะการลงทุนที่ใช้เงินกู้ (Leverage) และก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในตลาดค่าเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก
นักวิเคราะห์มองว่า แม้กระแสเก็งกำไรค่าเงินเยนอ่อนค่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่หาก BOJ ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวดกว่าคาด หรือทางการญี่ปุ่นตัดสินใจแทรกแซงตลาดอย่างจริงจัง ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้กลยุทธ์แคร์รี่เทรดต้องเผชิญแรงกดดันและความผันผวนรอบใหม่ได้
อ้างอิง : bloomberg.com