โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัย "ปลา" เมนูยอดนิยม เสี่ยงทำลายตับและท่อน้ำดี เชื้อร้ายแฝงในร่างกาย 20-30 ปี

sanook.com

เผยแพร่ 09 มิ.ย. เวลา 19.01 น. • Sanook
เตือนภัย

เตือนภัย "ปลา" เมนูยอดนิยม อร่อยเสี่ยงมะเร็ง เพชฌฆาตเงียบแฝงในร่างกาย 20-30 ปี โจมตีไม่แสดงอาการ

เมนูปลาดิบ ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบสไตล์ญี่ปุ่น ยำปลาดิบ หรือเมนูพื้นบ้านอย่างก้อยปลา ลาบปลาดิบ ถือเป็นอาหารโปรดที่หลายคนชื่นชอบเพราะความสดหวานและรสชาติที่แซ่บสะใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความอร่อยนี้ มีความเสี่ยงร้ายแรงที่หลายคนมองข้าม นั่นคือการติด "พยาธิใบไม้ตับ" ที่สามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้นานอย่างไม่น่าเชื่อ!

พยาธิใบไม้ตับ ภัยเงียบแฝงตัวนาน 20-30 ปี

พยาธิใบไม้ตับมักพบได้บ่อยในเนื้อปลาและสัตว์น้ำจืดที่ไม่ผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อน เมื่อเราทานปลาดิบเข้าไป ตัวอ่อนของพยาธิจะเดินทางเข้าสู่อวัยวะภายใน และเข้าไปอาศัยอยู่บริเวณ ตับและท่อน้ำดี ความน่ากลัวคือ ในระยะแรกผู้ป่วยมักจะ ไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ อย่างชัดเจน ทำให้พยาธิชนิดนี้สามารถแฝงตัวและเติบโตอยู่ในร่างกายเราได้ยาวนานถึง 20–30 ปี

ผลกระทบระยะยาว อันตรายถึงชีวิต

เมื่อปล่อยให้พยาธิอาศัยค้างคู่อยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานานหลายสิบปี มันจะคอยชอนไชและหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพขั้นรุนแรง ได้แก่:

  • ภาวะตับอักเสบ

  • ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง

  • ภาวะตับแข็ง

  • ความเสี่ยงสูงสุด: พัฒนากลายเป็น "โรคมะเร็งท่อน้ำดี" ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่รุนแรง รักษาได้ยาก และมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก

สิ่งที่น่ากลัวคือโรคนี้ไม่แสดงอาการทันที ผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับอาจใช้เวลานานถึง 20-30 ปี กว่าความเสียหายจะสะสมจนพัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดี เมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็มักอยู่ในระยะท้ายแล้ว

ความเชื่อผิด ๆ บีบมะนาว/แช่เหล้า ไม่ช่วยฆ่าพยาธิ!

หลายคนยังมีความเชื่อต่อ ๆ กันมาว่า การนำเนื้อปลาดิบมาบีบมะนาวสด ๆ ใส่เนื้อให้ดูสุกขาว, การแช่น้ำส้มสายชู หรือแม้แต่การทานแกล้มกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า/เบียร์) จะช่วยฆ่าพยาธิได้

ความเป็นจริงคือ: วิธีเหล่านี้ ไม่สามารถทำลายตัวอ่อนหรือพยาธิใบไม้ตับได้เลย เนื่องจากพยาธิชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพกรดของมะนาวและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในระดับที่ใช้ในการปรุงอาหารทั่วไปได้อย่างสบาย ๆ การบีบมะนาวจึงเป็นเพียงแค่การทำให้เนื้อปลา "เปลี่ยนสี" ด้วยกรด แต่พยาธิยังคงมีชีวิตอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์

วิธีป้องกันที่ชัวร์ที่สุด

ไม่มีวิธีไหนที่จะปลอดภัยไปกว่า "การปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง" สำหรับใครที่ชอบทานเมนูปลายอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาชนิดใดก็ตาม ควรเปลี่ยนมาบริโภคแบบปรุงสุก 100% หลีกเลี่ยงเมนูดิบหรือกึ่งดิบกึ่งสุก เพื่อตัดวงจรพยาธิใบไม้ตับ

แนวทางลดความเสี่ยงตามมาตรฐาน

สำหรับคนที่ยังนิยมกินปลาดิบ มีแนวทางลดความเสี่ยงตามมาตรฐานเพื่อให้ปลาที่จะกินดิบปลอดภัยต่อการติดพยาธิ สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา หรือ FDA จึงแนะนำว่า ควรแช่แข็งปลาก่อนนำมาบริโภคดิบ ตามเกณฑ์ความเย็นและระยะเวลาที่กำหนด เช่น

  • แช่แข็งที่ -20°C (-4°F) ไม่น้อยกว่า 7 วัน
  • หรือแช่แข็งที่ -35°C (-31°F) จนเย็นทั่วกันแล้วเก็บไว้เวลาเหมาะสม

การทำเช่นนี้สามารถช่วย ฆ่าตัวอ่อนพยาธิ ที่อยู่ในเนื้อปลาได้มาก ทำให้ลดความเสี่ยงติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการแช่แข็งตามมาตรฐานจะช่วยลดโอกาสพยาธิเหล่านี้ได้มาก แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เสี่ยง เช่น เชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ไม่ใช่พยาธิเอง ดังนั้นการเลือกซื้อปลาและการจัดเก็บอย่างถูกหลักสุขอนามัยยังคงสำคัญอยู่เสมอ ผู้บริโภคควรเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ มีการเก็บรักษาสดสะอาด หากมีปัญหาสุขภาพ เช่น ตั้งครรภ์หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...