โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-06-2569 สงครามปะทุอีกรอบ! จัดพอร์ตยังไงดี?

Share2Trade

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Share2Trade
สงครามปะทุอีกรอบ!Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)0.jpg

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธมุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศสำคัญของอิสราเอล ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศสวนกลับทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกก็พร้อมใจกันดีดตัวรับความตึงเครียดทันที โดยน้ำมันดิบ Brent ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เคลื่อนไหวใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องรีบเปลี่ยนโหมดเข้าสู่ภาวะ “เพลย์เซฟ” กันถ้วนหน้า และแน่นอนว่าผลกระทบดังกล่าวส่งตรงมาถึงประเทศไทยทันที เมื่อราคาน้ำมันหน้าปั๊มทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแรงกดดันทั้งต่อต้นทุนภาคธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชนในเวลาเดียวกัน

ขณะเดียวกัน บรรยากาศการลงทุนยังถูกซ้ำเติมด้วยปัจจัยลบจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กำลังพิจารณาเพิ่มภาษีสินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย รวมถึงความเคลื่อนไหวของ SpaceX ที่เตรียมระดมทุนครั้งใหญ่ด้วยมูลค่ากิจการสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก จนเกิดการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางส่วน เพื่อเตรียมรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ หลายสำนักวิจัยจึงประเมินตรงกันว่าตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายนยังมีแนวโน้มผันผวนสูง

มีการประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,550-1,620 จุด พร้อมแนะนำหุ้นในกลุ่มส่งออกและเทคโนโลยีที่ยังมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ DELTA, HANA, KCE, AAI และ ITC

พร้อมกันนี้มองว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อกำลังกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ จึงแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักในหุ้นกลุ่ม Defensive อย่าง BDMS, BH, BGRIM และ GULF รวมถึงหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เช่น BBL, KTB, KBANK และ SCB ที่ยังได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง

เมื่อเจ๊จิ๋มลองไล่อ่านบทวิเคราะห์จากกูรูหุ้นอีกหลายค่าย พบว่าหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อต่อไป กลุ่มที่น่าจะได้รับอานิสงส์โดยตรงที่สุดยังคงเป็นหุ้นพลังงานและโรงกลั่น โดย PTTEP ถือเป็นตัวเลือกเด่นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ TOP, SPRC และ BCP ก็มีโอกาสรับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมันและค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวตามทิศทางราคาพลังงาน

ส่วนกลุ่มเดินเรือและโลจิสติกส์อย่าง RCL, PSL, TTA, III และ WICE ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ เพราะหากความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งหลัก จนเรือสินค้าต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรืออ้อมมากขึ้น ค่าระวางเรือก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้โดยตรง

ส่วนใครที่ชอบหุ้นแนวปลอดภัย BH และ BDMS เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นหุ้น Defensive แล้ว ในอดีตช่วงที่ตะวันออกกลางเผชิญความไม่สงบ โรงพยาบาลไทยยังได้รับความนิยมจากผู้ป่วยต่างชาติในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว แต่เจ๊จิ๋มยังอยากเตือนว่า ภาพรวมของตลาดยังคงมีความเสี่ยงอยู่มาก ทั้งจากทิศทางเงินเฟ้อ การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ยังคงมองเหมือนเดิมนั่นก็คือ “ไม่ใช่การไล่ซื้อหุ้นตามอารมณ์ตลาด” แต่เป็นการเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มีความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางภาวะผันผวน และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...