“ธนาคารกลางอินโดนีเซีย” ปรับขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบ 0.25% สกัดเงินรูเปียห์อ่อนค่า
"ธนาคารกลางอินโดนีเซีย" ปรับขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบ 0.25% สู่ระดับ 5.50% สกัดเงินรูเปียห์อ่อนค่า หลังตลาดการเงินเผชิญแรงขายหนัก
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 12.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia: BI) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนอกกำหนด เพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์และฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังตลาดพันธบัตรและตลาดเงินเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
BI ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (BI-Rate) อีก 0.25% สู่ระดับ 5.50% เมื่อวันอังคาร ก่อนถึงกำหนดการประชุมนโยบายการเงินตามปกติในวันที่ 17-18 มิถุนายน โดยก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งเดือน ธนาคารกลางได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่กว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 0.50%
ธนาคารกลางระบุว่า การดำเนินการเพิ่มเติมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมเสถียรภาพของค่าเงินรูเปียห์ ผ่านการเพิ่มผลตอบแทนในตลาดการเงินและออกมาตรการจูงใจต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศกลับเข้าสู่ประเทศ
“ธนาคารกลางอินโดนีเซียเห็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนรูเปียห์ ผ่านการปรับเพิ่มผลตอบแทนและมาตรการสนับสนุนการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ” BI ระบุในแถลงการณ์
นอกจากนี้ธนาคารกลางยังมองว่าการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินมีความสำคัญต่อความแข็งแกร่งด้านต่างประเทศของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย และช่วยให้ประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2569 และ 2570 ได้ตามที่วางไว้
หลังการประกาศดังกล่าว ค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นต่ออีก 0.2% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีปรับเพิ่มขึ้น 13 จุดพื้นฐาน ส่วนตลาดหุ้นอินโดนีเซียดีดตัวขึ้น 4.8% ก่อนเข้าสู่ช่วงพักการซื้อขายภาคกลางวัน
การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉินสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นของผู้กำหนดนโยบาย หลังค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือนพฤษภาคม ถือเป็นช่วงการลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี สะท้อนแรงกดดันต่อสินทรัพย์ของประเทศ ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังประเมินความเสี่ยงและปรับลดการลงทุนในตลาดเกิดใหม่
นับตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงแล้วประมาณ 8% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นอินโดนีเซียมากกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นหลักของประเทศร่วงลงมากกว่า 30%
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางและรัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศความร่วมมือเพื่อเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ในประเทศและดึงดูดเงินทุนต่างชาติกลับเข้าสู่ตลาด
สำหรับผู้ว่าการธนาคารกลางเพอร์รี วาร์จิโย (Perry Warjiyo) นี่ถือเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยนอกกำหนดครั้งที่สองนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2018 เพื่อรับมือแรงเทขายในตลาดเกิดใหม่จากผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่าทางการอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและการไหลออกของเงินทุนมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ท่ามกลางสภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : bloomberg.com