โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประทศ ประจำวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 00.51 น.

สรุปข่าวต่างประทศ ประจำวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 7:51: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 96.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.9 ดอลลาร์ หรือ 1.9%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 102.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.44 ดอลลาร์ หรือ 2.3%

การซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกเป็นไปอย่างผันผวนในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ก่อนปิดตลาดลดลง 2% ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน โดยในช่วงแรกของการซื้อขาย ราคาน้ำมันพุ่งถึง 4% หลังจากรอยเตอร์รายงานว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกคำสั่งที่ลดทอนความหวังในการยุติสงครามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ราคาน้ำมันจะพลิกกลับทิศทางมาเคลื่อนไหวในแดนลบในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ดี มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจากับอิหร่านมีสัญญาณที่ดีบางอย่าง ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใด ๆ แต่สามารถลดช่องว่างความเห็นที่ขัดแย้งลงได้บ้าง แม้ประเด็นยูเรเนียมและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่สองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้

*** จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากยอดการเลิกจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ แม้จะยังคงมีปัจจัยความไม่แน่นอนหลายประการที่สร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 16 พ.ค. ลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 209,000 ราย ต่ำกว่าระดับ 213,000 รายในผลสำรวจที่ FactSet จัดทำไว้

*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกเปิดบวกเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

  • ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.36% ขณะที่ดัชนี Topix บวกเพิ่ม 0.55% หลังจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนเม.ย.
  • ส่วนดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 0.52% ขณะที่ดัชนี Kosdaq พุ่งขึ้นมากกว่า 3%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5%
  • ดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์สของฮ่องกง ล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 25,568 จุด ซึ่งสูงกว่าระดับปิดตลาดครั้งก่อนของดัชนีที่ 25,386.52 จุด

*** แหล่งข่าว 4 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า 7 ประเทศแกนนำของกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มที่จะเห็นชอบร่วมกันในการปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเล็กน้อยสำหรับเดือนก.ค. ในการประชุมวันที่ 7 มิ.ย. นี้ แม้ว่าการส่งมอบน้ำมันของหลายประเทศจะยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านก็ตาม

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า เป้าหมายการผลิตรายเดือนที่กลุ่มดังกล่าวจะกำหนดนั้น คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 188,000 บาร์เรลต่อวัน

*** แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่และการเจรจาสันติภาพยังคงชะงัก แต่ราคาน้ำมันกลับไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นตามที่คาดไว้ ทว่าพลิกดิ่งลงมาอยู่ที่ระดับ 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแทน หลังจากราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายและส่งมอบจริง (Physical crude) จะพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่า 160 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเดือนที่ผ่านมา

สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันลดลงเป็นผลมาจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ โรงกลั่นของจีนพากันลดกำลังการกลั่นและนำเข้าน้ำมันดิบลง แล้วหันมาดึงน้ำมันดิบจากคลังสำรองออกมาใช้แทน ขณะเดียวกัน บรรดาผู้ผลิต โรงกลั่น และผู้ค้าได้เร่งส่งออกน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ ป้อนสู่ตลาดโลกมากขึ้น เพื่อช่วยชดเชยอุปทานที่ขาดหายไปจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

*** อิหร่านเปิดเผยว่าข้อเสนอล่าสุดจากสหรัฐฯ สามารถลดช่องว่างความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายลงได้บางส่วน แต่ความเห็นของผู้นำสูงสุดอิหร่านเกี่ยวกับการจัดเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ รวมถึงข้อการจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้การบรรลุข้อตกลงเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งของสองฝ่ายยังไร้ข้อสรุป โดยมอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกคำสั่งว่า คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องไม่ถูกส่งออกไปต่างประเทศ

*** บาห์เรน, คูเวต, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยื่นจดหมายถึงองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการเดินเรือโลก ระบุว่า เรือพาณิชย์และเรือสินค้าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับสำนักงานบริหารจัดการช่องแคบเปอร์เซีย (PGSA) ซึ่งอิหร่านจัดตั้งขึ้นเพื่อควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

*** อิหร่านได้ทำลายโดรน MQ-9 Reaper ของกองทัพสหรัฐฯ ไปแล้วมากกว่า 24 ลำ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของระบบอากาศยานไร้คนขับที่กระทรวงกลาโหมมีอยู่ในคลังในช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งโดรนรุ่นนี้ถือเป็นระบบที่ยากต่อการหามาทดแทน

แหล่งข่าวระบุว่า โดรนจำนวนมากถูกยิงตกกลางอากาศโดยกองกำลังของอิหร่าน ทว่ามีบางส่วนที่ถูกทำลายขณะจอดอยู่บนพื้นดินจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ หรือได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ

*** สหภาพยุโรปเตรียมเสนอให้มีการระงับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเป็นการชั่วคราวต่อบริษัท Yangzhou Yangjie Electronic Technology ซึ่งเป็นผู้จัดหาชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของจีน

ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เตือนว่า อาจเกิดภาวะหยุดชะงักและความโกลาหลในห่วงโซ่อุปทานอย่างรุนแรงหากไม่มีการยกเลิกคำสั่งห้ามนี้ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมยังไม่มีเวลาเพียงพอในการจัดหาแหล่งอุปทานใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง

*** ญี่ปุ่นเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline Inflation) เดือนเม.ย. อยู่ที่ระดับ 1.4% ลดลงจากระดับ 1.5% ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกันที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารสด (Core Inflation) ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยลงมาอยู่ที่ระดับ 1.4% ซึ่งต่ำกว่าระดับ 1.7% ในผลสำรวจของรอยเตอร์ และต่ำกว่าระดับ 1.8% ในเดือนมี.ค. ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ความจำเป็นในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นลดน้อยลง

*** บริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ ประกาศเลื่อนการทดสอบปล่อยจรวด Starship ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่บริษัทได้ยื่นหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) สำหรับการทดสอบครั้งที่ 12 นี้ถูกเลื่อนไปเป็นวันศุกร์ โดยจะเป็นการเปิดตัวจรวด Starship รุ่นที่สามของ SpaceX ซึ่งจะปล่อยจากฐานยิงแห่งใหม่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทในรัฐเท็กซัส ทั้งนี้ หนังสือชี้ชวน IPO ระบุว่า บริษัทผู้ผลิตจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ได้ทุ่มงบประมาณไปแล้วมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในโครงการ Starship

*** ราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทควอนตัมคอมพิวติ้งทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพฤหัสบดี หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ นำโดยสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อมอบเงินทุนสนับสนุนมูลค่ารวม 2,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่บริษัทในอุตสาหกรรมนี้จำนวน 9 แห่ง โดยรัฐบาลจะเข้าถือหุ้นส่วนน้อยที่ไม่มีอำนาจควบคุมในแต่ละบริษัท

ทั้งนี้ IBM ถือเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์รายใหญ่ที่สุดจากมาตรการนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะอัดฉีดเงินทุนให้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้น IBM พุ่งขึ้นทันที 12% ขณะที่บริษัทผู้ผลิตชิปอย่าง GlobalFoundries ได้รับเงินทุนสนับสนุน 375 ล้านดอลลาร์ ส่วนบริษัทเทคโนโลยีควอนตัมรายอื่นๆ อย่าง D-Wave Quantum, Rigetti Computing และ Infleqtion ได้รับเงินทุนรายละ 100 ล้านดอลลาร์

*** Microsoft อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดส่งชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่บริษัทออกแบบขึ้นเองให้แก่ Anthropic ข้อตกลงดังกล่าวจะถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของ Microsoft ซึ่งปัจจุบันยังคงตามหลังคู่แข่งในตลาดคลาวด์อย่าง Amazon และ Google ในแง่ของการจัดหาชิปปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ Microsoft ได้ประกาศเปิดตัวชิป AI Maia รุ่นที่สองไปเมื่อเดือนม.ค. แต่ยังไม่ได้เปิดให้เปิดบริการผ่านระบบคลาวด์ Azure อย่างไรก็ตาม บริษัทเคยระบุไว้ว่าชิปประมวลผล Maia 200 จะถูกนำมาใช้รันโมเดล GPT-5.2 ของ OpenAI

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...