โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชื่อวิทยาศาสตร์’ หลักฐานสำคัญยืนยันชนิดพันธุ์ ‘ปลาหมอคางดำ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

หากชื่อปลาเปลี่ยนได้ถึง 4 ครั้ง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันคือปลาชนิดเดียวกัน

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า เหตุใดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกจึงต้องมีทั้งชื่อสามัญ (Common Name) และชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name) ทั้งสองชื่อมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร

และเหตุใดเมื่อต้องพิสูจน์ความถูกต้องของชนิดพันธุ์ในการนำเข้า และส่งออกสัตว์น้ำทั่วโลก หน่วยงานกำกับดูแลจึงให้ความสำคัญกับชื่อวิทยาศาสตร์เป็นอันดับแรกเสมอ

ปลาหมอคางดำ

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเชื่อชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าชื่อสามัญ เพราะชื่อวิทยาศาสตร์สามารถระบุชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างแม่นยำ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามภาษา วัฒนธรรม หรือความเข้าใจของแต่ละพื้นที่

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชื่อวิทยาศาสตร์คือ "บัตรประชาชน" ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ที่ใช้ยืนยันตัวตนตามมาตรฐานสากล

ขณะที่ ชื่อสามัญ (Common Name) เปรียบเสมือน "ชื่อเล่น" ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการสื่อสารของคนทั่วไป จึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประเทศ ภาษา วัฒนธรรม และกาลเวลา สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งอาจมีชื่อสามัญหลายชื่อได้

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ประเทศไทย ญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกา เมื่อกล่าวถึง Sarotherodon melanotheron นักวิทยาศาสตร์ทุกคนจะเข้าใจตรงกันว่ากำลังพูดถึงปลาชนิดเดียวกัน

ในทางวิชาการและการควบคุมการค้าระหว่างประเทศ หลักฐานที่มีน้ำหนักสูงสุดในการยืนยันชนิดสัตว์น้ำคือชื่อวิทยาศาสตร์ ที่ปรากฏในเอกสารอนุญาตนำเข้า เอกสารกำกับการส่งออก ใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ และเอกสารศุลกากร

รองลงมาคือการตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยา เช่น รูปร่าง สี ครีบ เกล็ด ลวดลาย และลักษณะส่วนหัว ขณะที่การตรวจวิเคราะห์ DNA เป็นเครื่องมือยืนยันขั้นสุดท้ายเมื่อเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับชนิดพันธุ์

กรณีปลาหมอคางดำเป็นตัวอย่างสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างชื่อสามัญกับชื่อวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน เพราะกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อสามัญของปลาชนิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2549–2550 เมื่อมีการขอนำเข้าปลาชนิดนี้เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ปลา เนื่องจากยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ จึงมีการใช้ชื่อ "ปลานิล" ภายใต้ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron

ต่อมาในปี 2553 เมื่อมีการนำเข้าปลาชนิดนี้จริงเพื่อการวิจัยและพัฒนา ชื่อสามัญถูกเปลี่ยนเป็น "ปลาหมอเทศข้างลาย" แต่ชื่อวิทยาศาสตร์ยังคงเป็น Sarotherodon melanotheron เช่นเดิม

ในปี 2561 ชื่อเรียกถูกเปลี่ยนเป็น “ปลาหมอสีคางดำ” อีกครั้ง หลังกรมประมงประกาศห้ามนำเข้าและเพาะพันธุ์ปลาบางชนิดในกลุ่มปลาหมอสี (ปลาหมอมายัน Cichlasoma urophthalmus (GÜnther,1862) ปลาหมอบัตเตอร์ Heterotilapia buttikoferi (Hubrecht,1881)

และในปี 2567 ชื่อสามัญถูกปรับให้สั้นลงเหลือ “ปลาหมอคางดำ” หรือ Blackchin tilapia ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ปลาหมอคางดำ

ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ แม้ว่าชื่อสามัญจะถูกเปลี่ยนหลายครั้งตามช่วงเวลาและแนวทางการเรียกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และเป็นข้อมูลที่ใช้ระบุชนิดพันธุ์มาตั้งแต่เริ่มต้น

การคงไว้ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์เดิมจึงสะท้อนถึงหลักการตรวจสอบที่อาศัยมาตรฐานสากล มากกว่าการยึดติดกับชื่อเรียกที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่สังคมควรได้รับคำตอบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีการส่งออกปลาชนิดนี้ของ 11 บริษัท ซึ่งมีข้อมูลว่า มีการใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ในเอกสารการส่งออก แต่กลับมีคำอธิบายว่าเป็นการกรอกข้อมูลผิดพลาดในลักษณะเดียวกันทั้งหมด

คำถามสำคัญคือ หากเป็นความคลาดเคลื่อนจริง เหตุใดความคลาดเคลื่อนดังกล่าวจึงเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทั้ง 11 บริษัท และเกิดขึ้นกับชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้น สาธารณชนยังไม่เคยได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนว่า ในแต่ละ Shipment มีการระบุชื่อวิทยาศาสตร์อะไร ใช้พิกัดอัตราศุลกากร HS Code ใด (Harmonized System Code) Invoice ระบุชื่อปลาอะไร และ Health Certificate ระบุชนิดพันธุ์อย่างไร

หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นและความถูกต้องด้วยความโปร่งใส หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเอกสารทุกฉบับสอดคล้องกัน และสอดคล้องกับชนิดพันธุ์ที่แท้จริง

ท้ายที่สุด การถกเถียงเรื่องปลาหมอคางดำ ไม่ควรยึดติดเพียงชื่อสามัญ ที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา แต่ควรกลับไปสู่หลักการสากลที่ใช้กันทั่วโลก นั่นคือการพิจารณาจากชื่อวิทยาศาสตร์ เอกสารกำกับการค้า การตรวจลักษณะทางชีววิทยา และหลักฐานทางพันธุกรรม

เพราะนั่นคือมาตรฐานที่ใช้พิสูจน์ความจริงของชนิดสัตว์น้ำในเวทีการค้าระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์:https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...