โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมนฯ ยูไนเต็ด แบกภาระหนี้หนักกว่าเดิม หลังกู้เงินด้วยเงื่อนไขดอกเบี้ยสูงขึ้น

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
(REUTERS/Carl Recine)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญกับยอดชำระหนี้เพิ่มจากเดิมเป็นจำนวนมาก หลังกู้เงินอีก 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการยอมรับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

สำนักข่าวแอธเลติกรายงานว่า “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องเผชิญกับยอดชำระหนี้เพิ่มจากเดิมเป็นจำนวนมาก หลังกู้เงินอีก 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการยอมรับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา แมนฯ ยูไนเต็ดได้ทำการปรับโครงสร้างหนี้เดิม 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการกู้ยืมเงินเพิ่มจากเดิมรวมเป็นจำนวน 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ต้องยอมรับข้อตกลงใหม่ในสัญญา

ข้อผูกมัดหนี้สินเดิมซึ่งจะครบกำหนดในปี 2027 มีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.79% แต่ในสัญญาฉบับใหม่ได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 5.36% ซึ่งหมายความว่าแมนฯ ยูไนเต็ดต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 13.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แมนฯ ยูไนเต็ดระบุว่าเงินที่กู้ยืมมาใหม่นี้จะถูกนำไปชำระเงินต้นเดิมพร้อมดอกเบี้ยที่ยังค้างชำระ ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของสโมสร ซึ่งจะทำให้ “ปีศาจแดง” มีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น

ปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ดยังคงอยู่ในช่วงดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ โดยสโมสรเป็นหนี้อยู่มากกว่า 1,300 พันล้านดอลลาร์ ทั้งในรูปแบบหนี้สิน, เงินกู้หมุนเวียน หรือค่าธรรมเนียมการซื้อนักเตะที่ยังติดค้างสโมสรอื่นอยู่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แมนฯ ยูไนเต็ด แบกภาระหนี้หนักกว่าเดิม หลังกู้เงินด้วยเงื่อนไขดอกเบี้ยสูงขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...