อีลอน มัสก์ สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรก หลัง SpaceX เข้าเทรด Nasdaq
การเข้าจดทะเบียนซื้อขายของ SpaceX ในตลาด Nasdaq ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินของ “อีลอน มัสก์” พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่ก้าวสู่สถานะ “Trillionaire” ทิ้งห่างมหาเศรษฐีรายอื่นทั่วโลก พร้อมจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่งและอิทธิพลของบรรดาผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ
13 มิถุนายน 2569 อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SpaceX และ Tesla สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลกธุรกิจ หลังกลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังหุ้นของ SpaceX เริ่มซื้อขายในตลาด Nasdaq เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
หุ้น SpaceX เปิดการซื้อขายที่ราคา 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของมัสก์ในบริษัทมีมูลค่ามากกว่า 766,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การถือหุ้นใน Tesla มีมูลค่าราว 280,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ทรัพย์สินรวมจากทั้งสองบริษัทพุ่งแตะประมาณ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SpaceX เพิ่มมูลค่าความมั่งคั่งให้กับมัสก์มากกว่า 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เขามีทรัพย์สินมากกว่ามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของโลกอีก 5 อันดับถัดไปรวมกัน และยังมีมูลค่าความมั่งคั่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไต้หวัน ไอร์แลนด์ และสวีเดน
การก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก ยังถูกมองว่าจะยิ่งกระตุ้นการถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และอำนาจที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสหรัฐฯ
นอกจากสร้างมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลกแล้ว การเข้าตลาดของ SpaceX ยังทำให้พนักงานและผู้บริหารที่ถือหุ้นในบริษัทจำนวนมากกลายเป็นเศรษฐีใหม่ โดยมีทั้งผู้ที่ก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านและมหาเศรษฐีเงินพันล้านดอลลาร์หลายราย
ในวันแรกของการซื้อขาย หุ้น SpaceX ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ปิดตลาดเหนือระดับ 160 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้น Tesla ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ปิดที่ประมาณ 406 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น
ย้อนกลับไปในปี 2555 สำนักจัดอันดับความมั่งคั่งอย่าง Bloomberg และ Forbes เริ่มจัดให้มัสก์เป็นมหาเศรษฐี โดย Forbes ประเมินว่าในขณะนั้นเขามีทรัพย์สินสุทธิราว 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความมั่งคั่งของมัสก์เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 ก่อนจะทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วในปีถัดมา หลังการแตกพาร์หุ้นของ Tesla ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่มีทรัพย์สินเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของโลก
ตลอดระยะเวลาเพียง 6 ปีที่ผ่านมา มูลค่าทรัพย์สินของมัสก์เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เหนือกว่ามหาเศรษฐีระดับโลกในอดีต ไม่ว่าจะเป็น เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon, บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และ แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ ประธานกลุ่มสินค้าแบรนด์หรู LVMH
สำหรับอันดับมหาเศรษฐีโลกในปัจจุบัน แลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ครองอันดับ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินราว 295,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย เซอร์เกย์ บริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Google อีกคนหนึ่ง, เจฟฟ์ เบโซส์ และ แลร์รี เอลลิสัน ผู้ก่อตั้ง Oracle ซึ่งต่างมีทรัพย์สินมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม Forbes ประเมินว่า หากบิล เกตส์ ไม่ได้บริจาคทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเพื่อการกุศลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความมั่งคั่งของเขาอาจแตะระดับ 464,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน
อ้างอิง : cnbc.com