IRPC เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3 ชุด 2.70 – 3.85% ต่อปี เปิดจองซื้อ 15 – 17 มิ.ย.นี้
IRPC เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3 ชุด 2.70 - 3.85% ต่อปี จ่ายทุก 6 เดือน นักลงทุนทั่วไปจองซื้อ 15 - 17 มิ.ย.นี้ ทริสให้เรทติ้ง A- นำเงินเสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนรองรับการเติบโต
วันที่ 20 พ.ค.2569 บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป จำนวน 3 ชุด อายุ 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.70 – 3.85% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน 2569 โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” จากทริสเรทติ้ง
นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน IRPC เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของ IRPC ในฐานะผู้นำธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจรของประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ออกหุ้นกู้หลายรุ่น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกระยะเวลาการลงทุนได้ตามความเหมาะสม ประกอบด้วย
- หุ้นกู้ชุดอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.70 – 2.80% ต่อปี
- หุ้นกู้ชุดอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.10 – 3.30% ต่อปี
- หุ้นกู้ชุดอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.65 – 3.85% ต่อปี
สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เปิดให้จองซื้อผ่านสถาบันการเงิน 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โดยผู้ลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ผ่านทั้งสาขาและช่องทางออนไลน์ของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้
นางสาวทอแสง กล่าวว่าในสภาพแวดล้อมการลงทุนปัจจุบัน นักลงทุนให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของธุรกิจและความมั่นคงในระยะยาวมากขึ้น ควบคู่กับความยืดหยุ่นในการเลือกระยะเวลาการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงกลั่นในไตรมาส 1 ปี 2569
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 22% ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาส 4 ปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ รวมถึงส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าบริหารจัดการธุรกิจอย่างรอบคอบ ภายใต้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลก โดยให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง