พิสูจน์ชัด! “ลุงโยชน์” หลงข้ามแดน ทภ.2 ช่วยประสานกลับบ้านปลอดภัย วอนชาวบ้านระวังป่าใกล้ชายแดน
ทภ.2 พิสูจน์ชัด “ลุงโยชน์” หลงข้ามแดนเอง ขอบคุณทหารช่วยประสานกลับบ้านปลอดภัย วอนชาวบ้านระวังเข้าป่าใกล้ชายแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ 18 พ.ค. เวลา 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (ฉก.2) ลงพื้นที่พิสูจน์ทราบเส้นทางและจุดเกิดเหตุกรณีนายโยชน์ สายน้อย ถูกทหารกัมพูชาควบคุมตัว บริเวณทิศใต้ช่องตาเล็ง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ภายหลังเกิดกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาจับกุมตัวบุคคลภายในเขตประเทศไทย จนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่สาธารณชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย พ.อ.ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ร่วมกับ พ.อ.กิตติศักดิ์ บังพิมาย หน.ฝขว.ทก.ยว.ทภ.2, พ.อ.นิติกร ศิริคำ ผบ.ฉก.ทก.26 พร้อมด้วยนายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี และนายรัฐวุฒิ สายน้อย อายุ 21 ปี บุตรชาย ร่วมเดินเท้าพิสูจน์เส้นทางจริงต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ นายโยชน์ยอมรับว่า ในวันเกิดเหตุได้เดินเก็บของป่าจนเพลิน กระทั่งหลงข้ามเข้าไปในเขตแดนกัมพูชาจริง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 และได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 จากความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับหน่วยภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา
จากการตรวจสอบจุดจอดรถจักรยานยนต์และเส้นทางเดินหาของป่าบริเวณช่องตาเล็ง พบว่า จุดที่นายโยชน์ถูกควบคุมตัวนั้น ได้เดินผ่านแนวลวดหนามและแนววางกำลังของฝ่ายไทย เข้าไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา เป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากจุดจอดรถจักรยานยนต์ตามเส้นทางการเดินจริง
นายโยชน์เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้ยังมีความสงสัยว่าตนเองหลงเข้าไปในพื้นที่ใดกันแน่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำเข้าพิสูจน์ทราบ พร้อมชี้แนวหลักเขต แผนที่ และสถานที่จริง ทำให้มั่นใจว่าตนเองเป็นฝ่ายเดินหลงเข้าไปจริง พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง จนสามารถกลับสู่อ้อมกอดครอบครัวได้อย่างปลอดภัย
พร้อมกันนี้ นายโยชน์ยังฝากเตือนประชาชนที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่เดินล้ำเข้าใกล้พื้นที่ชายแดนโดยพลการ และควรแจ้งผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ทหารตามฐานปฏิบัติการทุกครั้งก่อนเข้าป่า เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้น และอาจไม่โชคดีเช่นกรณีของตน
รายงานข่าวแจ้งว่า การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหน่วยทหารได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ตลอดจนวางลวดหนามหีบเพลงเพิ่มเติมตามแนวเส้นเขตแดน เพื่อป้องกันประชาชนหลงเข้าไปในเขตกัมพูชา และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง