จับตา “ผู้นำญี่ปุ่น-เกาหลีใต้” หารือกระชับพันธมิตร 19 พ.ค. รับมือสงครามอิหร่าน
จับตา "ผู้นำญี่ปุ่น-เกาหลีใต้" หารือกระชับพันธมิตร 19 พ.ค. รับมือสงครามอิหร่าน บทบาทจีนที่แข็งกร้าวขึ้น และความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนที่กำลังเปลี่ยนแปลง
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เตรียมพบหารือกันในวันอังคาร (19 พ.ค.) เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากสงครามในอิหร่าน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน
ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็ต้องพึ่งพาสหรัฐในด้านความมั่นคง และเผชิญความท้าทายร่วมกันจากบทบาทที่แข็งกร้าวมากขึ้นของจีน รวมถึงภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แม้ทั้งสองประเทศจะมีประวัติความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ยาวนานก็ตาม
ก่อนเดินทางออกจากกรุงโตเกียว ทาคะอิจิกล่าวว่า เธอตั้งตารอที่จะหารือเชิงลึกกับประธานาธิบดีอี ในประเด็นความร่วมมือภายใต้สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่รุนแรง ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้จะรวมถึงความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานและการสำรองน้ำมัน โดยสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายเตรียมเห็นชอบกรอบความร่วมมือด้านการจัดเก็บน้ำมันดิบร่วมกัน เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานในอนาคต
การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการหารือครั้งที่ 3 ระหว่างทาคะอิจิและอี หลังจากเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้พบกันที่จังหวัดนารา ซึ่งเป็นฐานการเมืองของทาคะอิจิ และร่วมกิจกรรมตีกลองแสดงมิตรภาพ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้อธิบายว่า เป็นการแลกเปลี่ยนเยือนบ้านเกิดผู้นำครั้งแรกระหว่างสองประเทศ
ครั้งนี้ ทาคะอิจิมีกำหนดเยือนเมืองอันดง จังหวัดคยองซังเหนือ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอี และมีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านของเกาหลีใต้
การเยือนดังกล่าวยังสะท้อนการเดินหน้าต่อเนื่องของแนวทาง Shuttle Diplomacy หรือการเยือนระหว่างผู้นำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองชาติเอเชีย แม้ว่าประเด็นประวัติศาสตร์จากยุคที่ญี่ปุ่นผนวกคาบสมุทรเกาหลีจะยังเป็นปัจจัยที่กระทบความสัมพันธ์มาโดยตลอด
ที่ผ่านมา ทาคะอิจิเคยมีภาพลักษณ์สายอนุรักษนิยมและแสดงจุดยืนฝ่ายขวาอย่างชัดเจน ขณะที่อีเคยวิจารณ์การปกครองของญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลีอย่างรุนแรงก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนเลือกพักความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อมุ่งรับมือความท้าทายร่วมกัน
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ออกเอกสารความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมแร่สำคัญและพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังโดนัลด์ ทรัมป์ พบหารือกับสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดุลอำนาจในภูมิภาค
แม้พันธมิตรด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐจะเป็นกำแพงสำคัญในการถ่วงดุลจีน และสหรัฐฯ ยังร่วมมือกับเกาหลีใต้ในการรับมือโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แต่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ก็อาจทำให้ทั้งโตเกียวและโซลเริ่มกังวลว่า สหรัฐจะยังพร้อมเข้ามามีบทบาท หากเกิดวิกฤตหรือความขัดแย้งในภูมิภาคอีกครั้งหรือไม่
อ้างอิง : bloomberg.com