โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กด่วน! เส้นทางพายุ "ไมสัก-บาหวี่" ไทยพื้นที่ไหนเสี่ยงฝนตกหนัก?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เส้นทางพายุ

อาจารย์ชวฤทธิ์ จันทรรัตน์ กรรมการ บริษัท ทีม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกรรมการสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกที่ต้องติดตาม ได้แก่ พายุบาหวี่ (Bavi) และ พายุไมสัก (Maisak) แม้ทั้งสองลูกจะไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ยังส่งผลต่อสภาพอากาศของไทยผ่านการดึงความชื้นเข้ามาในบางพื้นที่

สำหรับ พายุบาหวี่ ขณะนี้ยังอยู่เหนือทะเลและมีกำลังแรงถึงระดับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น (ระดับ 5) โดยคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ในช่วงวันที่ 9 กรกฎาคม ก่อนผ่านใกล้ไต้หวันในวันที่ 10 กรกฎาคม จากนั้นเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีน และอ่อนกำลังลงจนสลายตัวในช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคม

ส่วน พายุไมสัก ได้เคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ก่อนอ่อนกำลังและขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางสีของจีน โดยเส้นทางยังคงมุ่งเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ของจีน ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพายุไมสักยังดึงความชื้นเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี และมุกดาหาร

ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 3-5 กรกฎาคม จากการดึงความชื้นจากอ่าวไทย ส่วนพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตก เช่น พบพระ แม่สอด แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับอิทธิพลจากความชื้นฝั่งทะเลอันดามัน ส่งผลให้พื้นที่เชิงเขามีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม

ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า หลังวันที่ 7-8 กรกฎาคม ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปทางตอนเหนือ ส่งผลให้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีแนวโน้มฝนลดลงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ก่อนที่ฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนและต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม

สำหรับภาคการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรเร่งกักเก็บน้ำในช่วงที่ยังมีฝนตก และใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อเตรียมรับมือช่วงฝนทิ้งช่วงและฤดูแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...