โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะเทือนใจ! เปิดคำพูดเด็ก 5 ขวบ ถึงแม่ครั้งสุดท้าย หลังเสียชีวิตบนรถทัวร์

มุมข่าว

เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 04.21 น. • neen
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบเหตุพบหญิงชาวลาวเสียชีวิตภายในรถโดยสารปรับอากาศอาม่าทัวร์ สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร ที่จอดอยู่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร โดยผู้เสียชีวิตคือ นางพอน พันทิลาด ชาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเดินทางมาพร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบเหตุพบหญิงชาวลาวเสียชีวิตภายในรถโดยสารปรับอากาศอาม่าทัวร์ สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร ที่จอดอยู่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร โดยผู้เสียชีวิตคือ นางพอน พันทิลาด ชาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเดินทางมาพร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ

จากการตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิตนอนตะแคงอยู่บริเวณด้านท้ายรถ ใกล้กันมีถุงขนมมินิบิสกิตสอดไส้แยมสับปะรด ขวดน้ำดื่ม และสัมภาระส่วนตัว ภายในกระเป๋าพบยาติดตัว เจ้าหน้าที่เบื้องต้นคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว โดยผู้เสียชีวิตเดินทางขึ้นรถจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 กรุงเทพมหานคร พร้อมลูกชาย และนั่งอยู่ที่เบาะหมายเลข 34 ด้านท้ายรถ

ผู้โดยสารที่นั่งรถคันเดียวกันเปิดเผยว่า ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ผู้เสียชีวิตบ่นว่าปวดท้องและมีอาการอ่อนเพลีย ระหว่างทางยังพอพูดคุยได้ แต่ช่วงใกล้ถึงมุกดาหารได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเดินกลับมาด้วยอาการไม่มีแรงและทรุดตัวลงนอนบริเวณท้ายรถ กระทั่งลูกชายวัย 5 ขวบ เริ่มร้องไห้และพยายามเขย่าแม่ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า แม่…ตื่น…แม่กลับบ้าน สร้างความสะเทือนใจให้ผู้โดยสารทั้งคัน

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเด็กชายวัย 5 ขวบ และติดตามญาติให้มารับตัวต่อไป ท่ามกลางความเศร้าของผู้โดยสารที่ไม่มีใครคาดคิดว่า การเดินทางกลับบ้านในครั้งนี้จะกลายเป็นการจากลาตลอดกาล

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...