โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์อ้างเตหะรานขอเจรจา ลั่น “หยุดยิงสิ้นสุดแล้ว” บีบอิหร่านยุติโจมตีเรือฮอร์มุซ

เดลินิวส์

อัพเดต 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำสหรัฐอ้างว่า อิหร่านร้องขอให้การเจรจาดำเนินต่อไป แต่รัฐบาลเตหะรานยืนยันไม่เคยเป็นฝ่ายร้องขอ พร้อมเดินหน้าประสานผ่านกาตาร์และโอมาน ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันกดดัน ให้อิหร่านยุติโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล อ้างว่า อิหร่าน "เป็นฝ่ายร้องขอ" ให้การเจรจาดำเนินต่อไป ซึ่งสหรัฐตกลงที่จะดำเนินการตามนั้น แต่ย้ำว่า "ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดแล้ว"

อย่างไรก็ตาม นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้ทันควัน ว่ารัฐบาลเตหะรานไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจากับสหรัฐ แต่เพียงตกลงรับคณะผู้แทนไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ให้เดินทางเยือนกรุงเตหะราน

ขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เตรียมเดินทางเยือนโอมาน เพื่อหารือกับอีกฝ่าย เกี่ยวกับมาตรการรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านแหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลวอชิงตันเรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะ ว่าจะยุติการโจมตีเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยืนยันว่า เส้นทางเดินเรือทุกช่องทางจะเปิดใช้งานได้ตามปกติ และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง

นอกจากนี้ แม้สถานการณ์โดยรวมยังคงตึงเครียด โดยกองทัสหรัฐโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน 2 ครั้งในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 115 คน แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า การหารือระหว่างทั้งสองฝ่ายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา "มีความคืบหน้า".

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...