โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลปลื้ม! ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพลิกบวกรอบ 4 เดือน

INN News

อัพเดต 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.14 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

รัฐบาลปลื้ม! ผลดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพลิกบวกรอบ 4 เดือน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านผ่าน พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานเต็มสูบ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลสำรวจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ล่าสุดพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 88.2 จาก 84.7 ในเดือนก่อนหน้า นับเป็นการพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

รายงานของ ส.อ.ท. ชี้ว่า ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นนี้มาจากผลของ 2 มาตรการหลักที่รัฐบาลผลักดันอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ มาตรการไทยช่วยไทย พลัส ที่เข้ามาประคองค่าครองชีพ มีส่วนเพิ่มให้เกิดการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ล่าสุด กระทรวงการคลังรายงาย ยอดการใช้จ่ายรวม ณ 9 กรกฎาคม กว่า 64,546 หมื่นล้านบาท ช่วยพยุงการขายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจ SME ให้กลับมามีสภาพคล่อง

อีกมาตรการคือ Thailand Fastpass ที่สามารถเร่งรัดการลงทุนผ่านบีโอไอ ซึ่งปัจจุบันผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงแล้ว 25 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 223,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าดันการลงทุนจริงให้แตะ 1 ล้านล้านบาทภายในปีนี้ และได้กำหนดเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะให้แรงงานไทยผ่านโครงการ Skill Bridge ด้วย

“ตัวเลขดัชนีเชื่อมั่นที่พลิกกลับมาเป็นบวก คือเครื่องยืนยันว่านโยบายที่รัฐบาลทำมาตลอดไม่ใช่แค่คำพูด แต่เห็นผลจริงเพิ่มกำลังซื้อในกระเป๋าประชาชนและช่วยในการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน” นางสาวรัชดา กล่าว

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้ กรณีที่เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีที่ตอกย้ำทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนในระยะต่อไป ที่รัฐบาลจะสามารถเดินหน้าใช้เงินกู้ก้อนนี้เพื่อลดต้นทุนพลังงานให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน ในส่วนของกรอบวงเงิน 200,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าการใช้จ่ายเงินต้องเป็นตามวัตถุประสงค์ของพระราชกำหนดอย่างเคร่งครัด ผ่านโครงการที่ถึงมือประชาชน เช่นการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จไฟฟ้า การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน และการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการในรายละเอียด ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายต้องนำไปสู่การลดการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และกระตุ้นห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศ

“รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลทั้งเรื่องปากท้องระยะสั้นและวางรากฐานพลังงานระยะยาวไปพร้อมกัน ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่รัดกุมและโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจไทยแข่งขันได้อย่างยั่งยืน” นางสาวรัชดา กล่าว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...