โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน เตรียมเปิดฉากล่าดาวเคราะห์นอกระบบแสนดวงในอวกาศห้วงลึก

SPACEMAN

อัพเดต 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

วงการดาราศาสตร์กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด เมื่อ NASA เตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจของกล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope) ที่ทรงพลังในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบ (Exoplanets) ซึ่งคาดว่าจะเผยโฉมโลกใบใหม่มากกว่า 100,000 ดวง ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ที่เคยค้นพบมาแล้วประมาณ 6,300 ดวง โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศลำใหม่นี้จะเน้นขยายขอบเขตการค้นหาลึกเข้าไปในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจของกาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way) โดยเฉพาะบริเวณส่วนโป่งของกาแล็กซี (Galactic Bulge) ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่มีดวงดาวรวมกันอยู่อย่างหนาแน่นที่สุด แตกต่างจากการสำรวจในอดีตที่จำกัดอยู่เพียงแค่บริเวณเพื่อนบ้านใกล้เคียงโลกในระยะประมาณสองสามพันปีแสงเท่านั้น

เบื้องหลังความสำเร็จนี้เกิดจากการผสานสองเทคนิคตรวจจับขั้นสูง ได้แก่ วิธีการเคลื่อนผ่านหน้า (Transit Method) ที่คอยตรวจวัดแสงของดาวฤกษ์ที่มืดลงชั่วขณะเมื่อมีดาวเคราะห์บดบัง ซึ่งเหมาะสำหรับการค้นหาดาวเคราะห์ขนาดยักษ์ที่มีอุณหภูมิสูง และเทคนิคเลนส์โน้มถ่วงระดับไมโคร (Microlensing) ที่ใช้แรงโน้มถ่วงของดวงดาวเป็นแว่นขยายช่วยส่องให้เห็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กเท่าโลกหรือดาวอังคารที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยได้ (Habitable Zone) ซึ่งการรวมพลังของทั้งสองวิธีจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถแกะรอยย้อนกลับไปถึง "บ้านเกิดของโลก" ได้ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์คาดว่าเดิมทีระบบสุริยะของเราอาจเคยถือกำเนิดในบริเวณที่ใกล้ใจกลางกาแล็กซีมากกว่าปัจจุบันถึงประมาณ 10,000 ปีแสง ก่อนจะอพยพมายังตำแหน่งปัจจุบันที่ห่างจากใจกลางกาแล็กซีราว 27,000 ปีแสง โดยการศึกษาความแตกต่างทางเคมีของดวงดาวที่มีธาตุหนักจะช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการสร้างดาวเคราะห์ประเภทหินหรือก๊าซได้อย่างแม่นยำ

ยิ่งไปกว่านั้น กล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน ยังมีความสามารถในการศึกษารูปแบบอุณหภูมิและสภาพภูมิอากาศของดาวเคราะห์นอกระบบในสเกลที่ใหญ่ขึ้นเพื่อสร้างข้อมูลทางสถิติ ก่อนที่จะส่งต่อให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope) ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในชั้นบรรยากาศเชิงลึกต่อไป ซึ่งในปัจจุบันทีมนักวิจัยได้นำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Machine Learning) มาช่วยสร้างและคัดกรองข้อมูลจำลองเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับข้อมูลจริงที่จะหลั่งไหลเข้ามา โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อมั่นว่าหากอดีตภารกิจเคปเลอร์ (Kepler Mission) เคยปฏิวัติความรู้ว่าในอวกาศมีดาวเคราะห์มากกว่าดาวฤกษ์ การส่องกล้องมองดาวเคราะห์กว่า 100 ล้านดวงของกล้องโรมันในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ปฏิวัติความเข้าใจเกี่ยวกับตําแหน่งแห่งที่ของมนุษย์ในเอกภพไปตลอดกาล และที่สำคัญข้อมูลทั้งหมดจะเปิดเผยสู่สาธารณะเพื่อให้ทุกคนบนโลกได้ร่วมเดินทางค้นหาโลกใบใหม่ไปด้วยกัน

ข้อมูลอ้างอิง: NASA/Ashley Balzer

  • NASA’s Roman Mission Preps to Unveil New Populations of Faraway Worlds
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...