ดราม่าเดือดไม่จบ CEO แบรนด์ดังโต้กลับ “กระต่าย พรรณนิภา” ลั่น! แล้วพบกันค่ะ
ดราม่าเดือดไม่จบ CEO แบรนด์ดังโต้กลับ “กระต่าย พรรณนิภา” ลั่น! แล้วพบกันค่ะ
ยังคงเป็นมหากาพย์ดราม่าที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อพิพาทระหว่างนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง“กระต่าย พรรณนิภา” และอดีตหุ้นส่วนธุรกิจ หลังจากก่อนหน้านี้มีการยื่นฟ้องในข้อหาฉ้อโกง พร้อมอ้างถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจร่วมกัน
ภายหลังที่ กระต่าย พรรณนิภา ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่าถูกบังคับให้เซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปีอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงถูกข่มขู่เรื่องการนำแชตส่วนตัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ จนกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์
ล่าสุด คุณกิ๊ก CEO แบรนด์ดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกันว่า…
“ข้อเท็จจริงและมุมมองจากฝั่งกิ๊กค่ะ
หลังจากที่นิ่งเงียบและรอคอยมาพักใหญ่ เพื่อให้เวลากับการเรียบเรียงข้อมูล ในที่สุดอดีตหุ้นส่วนก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านทาง Facebook ส่วนตัวแล้วนะคะ ซึ่งหลังจากที่กิ๊กได้อ่านข้อความทั้งหมดด้วยความตั้งใจ พบว่ามีข้อมูลหลายส่วนที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมาก และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวกิ๊ก รวมถึงแบรนด์ที่เราตั้งใจสร้างมา
ในฐานะผู้ถูกพาดพิง กิ๊กจึงขออนุญาตใช้สิทธิ์อธิบายข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองและแบรนด์ ดังนี้ค่ะ
ประเด็นที่ 1: เรื่องยอดขาย 80 ล้านบาท และการจัดสรรผลประโยชน์
ตัวเลขยอดขาย 80 ล้านบาทที่มีการกล่าวอ้างนั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมากค่ะ รายรับจริงไม่ได้สูงถึงจำนวนดังกล่าว นอกจากนี้ในมุมของการทำธุรกิจออนไลน์ ยอดขาย (Revenue) ไม่ใช่กำไรสุทธิ (Profit) เงินที่รับเข้ามาทั้งหมดจำเป็นต้องนำไปหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต้นทุนสินค้า ค่าโฆษณา และค่าคอมมิชชั่นของพันธมิตรอีกหลายส่วน ซึ่งที่ผ่านมา ทางแบรนด์ได้จัดสรรปันส่วนอย่างโปร่งใส และถูกต้องตรงตามข้อตกลงมาโดยตลอดค่ะ
ประเด็นที่ 2: เรื่องการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และใบ 50 ทวิ
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องประเด็นภาษีต่างๆ กิ๊กขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เป็นความจริงค่ะ การจัดการด้านภาษีของกิจการเรา ดำเนินการอย่างถูกต้องตามพูดคุยและตกลงกัน ไม่เคยมีการหลบเลี่ยงหรือผลักภาระให้ใคร เอกสารและหลักฐานทางบัญชีทั้งหมด กิ๊กได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว และยินดีที่จะนำไปเปิดเผยเพื่อพิสูจน์ความจริงร่วมกันในรายการโหนกระแสค่ะ
ประเด็นที่ 3: ข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับต่อสัญญา 5 ปี
ประเด็นนี้กิ๊กอยากขอชี้แจงด้วยความสัตย์จริงว่า กิ๊กไม่เคยมีความคิดที่จะข่มขู่ หรือนำแชทส่วนตัวมาแบล็คเมล์เพื่อบังคับให้ใครต่อสัญญาทั้งสิ้นค่ะ แต่ความจริงในมุมธุรกิจคือ ปัจจุบันกิจการเรามี “สต๊อกสินค้าคงค้างมูลค่ามหาศาล” ซึ่งกิ๊กเป็นผู้แบกรับต้นทุนการผลิตทั้งหมดเพียงผู้เดียว
หากอดีตหุ้นส่วนซึ่งเป็นภาพจำและพรีเซนเตอร์หลักยุติบทบาทลงกะทันหัน การระบายสินค้าที่เหลืออยู่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การเจรจาเรื่องการขยายระยะเวลาสัญญา จึงเกิดจากความจำเป็นทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบสินค้าที่ยังคงค้างอยู่ให้หมดไป ไม่ใช่การบังคับเอาเปรียบแต่อย่างใดค่ะ หากทางฝั่งอดีตหุ้นส่วนเข้าใจผิดว่าเป็นการข่มขู่ กิ๊กยินดีให้นำหลักฐานมาพิสูจน์กันตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อคืนความบริสุทธิ์ใจให้ทั้งสองฝ่ายค่ะ
ประเด็นที่ 4: เรื่องการตรวจสอบสต๊อกสินค้า และช่องทางการขาย
ที่ระบุว่าสต๊อกสินค้าไม่มีอยู่จริง เรื่องนี้กิ๊กยืนยันว่าสินค้ามีอยู่จริง และมีหลักฐานการสั่งผลิตจากโรงงานอย่างชัดเจนค่ะ ทางเรายินดีต้อนรับเสมอหากจะเข้ามาตรวจสอบร่วมกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับแบรนด์คือ อีกฝ่ายได้เข้าไปลบตะกร้าสินค้าและลบคลิปวิดีโอออกจากระบบทั้งหมดโดยพลการ ซึ่งเป็นการปิดกั้นช่องทางการทำมาหากินและการระบายสินค้าโดยตรง ทำให้การแก้ปัญหาของแบรนด์ต้องหยุดชะงักลง
กิ๊กยังคงเชื่อมั่นในความถูกต้องและหลักฐานที่มีอยู่ในมือทั้งหมดค่ะ กิ๊กพร้อมและยินดีอย่างยิ่งที่จะนำเอกสาร พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงทุกมิติ ไปพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผล ต่อหน้าสื่อมวลชนและสาธารณชนในรายการโหนกระแสค่ะ
เพราะกิ๊กเชื่อว่า “ความจริง” คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะอธิบายทุกอย่างได้ แล้วพบกันนะคะ”
“ค่าหมูทะ 360 บาท ทำไมเงินแค่นี้ถึงฟ้อง เพราะถ้าน้องเบิกของตัวเองมันจะไม่น่าเกียจเลย และไม่ได้มีปัญหา แต่นี้น้องเบิกแอบอ้างคนอื่น ซึ่งเขาเป็นพนักงาน แล้วคนที่ถูกแอบอ้างละ ? แล้วมันหลายๆ ครั้ง โดยที่เขาไม่รู้ตัว จะไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขาหน่อยหรอ ? หรือคิดเพียงแค่ว่าเขาเป็นพนักงาน แล้วยอดเงินมันน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีความผิด ยอดมันน้อยมากแล้วทำไมถึงได้กล้ามาเอาอีก 22 ครั้งในเวลาแค่ 2 -3 เดือน ถ้าจับไม่ได้จะลุกลามไปแค่ไหน แล้วไม่ต้องมาสนใจยอดหรอก สนใจวิธีที่ทำ เวลาที่ทำ และการทำซ้ำๆ”