“ธนาคารกลางอินโดนีเซีย” ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ 5.75% รอบ 3 ในเดือนเดียว สกัดรูเปียห์อ่อนค่า
"ธนาคารกลางอินโดนีเซีย" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 5.75% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ภายในเวลาราว 1 เดือน สกัดรูเปียห์อ่อน-รับมือเฟดสายเข้ม
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 14.43 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 5.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ภายในเวลาประมาณ 1 เดือน สะท้อนความพยายามเชิงรุกในการพยุงค่าเงินรูเปียห์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่สำรวจโดย Bloomberg และเกิดขึ้นหลังจาก BI สร้างความประหลาดใจด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน รวมถึงการปรับขึ้น 0.50% ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ปีนี้อินโดนีเซียปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมแล้ว 1.00%
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อหนุนค่าเงินรูเปียห์และดึงดูดเงินทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดการเงิน ท่ามกลางความกังวลว่าการอ่อนค่าของสกุลเงินอาจส่งผ่านไปสู่แรงกดดันเงินเฟ้อในวงกว้าง
หลังประกาศผลประชุม ค่าเงินรูเปียห์ลดช่วงติดลบลงเกือบทั้งหมด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้น ส่วนตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังคงปรับลดลงราว 1.5% โดยก่อนหน้านี้ค่าเงินรูเปียห์ฟื้นตัวขึ้นประมาณ 2% จากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังการขึ้นดอกเบี้ยแบบไม่คาดคิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายเพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย กล่าวว่าค่าเงินรูเปียห์มีแนวโน้มทรงตัวและแข็งค่าขึ้นต่อไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของธนาคารกลางและปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามนักลงทุนจำนวนมากมองว่า การฟื้นตัวของค่าเงินรูเปียห์อาจเป็นเพียงระยะสั้น หากนโยบายการเงินที่เข้มงวดไม่ได้รับการสนับสนุนจากมาตรการเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น การใช้จ่ายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การสื่อสารนโยบายที่ชัดเจน และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่คาดการณ์ได้มากขึ้นภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Prabowo Subianto
นอกจากนี้สินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ยังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติม หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมล่าสุด ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง
ผู้ว่าการ BI ระบุว่าธนาคารกลางยังติดตามความเป็นไปได้ที่เฟด จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินทุนและค่าเงินในภูมิภาค
ขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนยังกังวลต่อแผนจัดตั้งหน่วยงานส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์แห่งชาติแห่งใหม่ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งอาจเพิ่มการแทรกแซงตลาดและส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ
ด้านแรงกดดันเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากต้นทุนอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบล่าช้าจากการอ่อนค่าของค่าเงินต่อราคาสินค้านำเข้า ขณะที่ฤดูแล้งและความเสี่ยงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี อาจซ้ำเติมปัญหาอุปทานอาหารและทำให้ภารกิจควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางมีความท้าทายมากขึ้นในระยะต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com