โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"เต้ มงคลกิตติ์" หอบวงจรปิดยื่น DSI คดีแตงโม ชี้หลักฐานนอกสำนวนเดิม

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เต้ มงคลกิตติ์” เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดคดีแตงโมชี้มีหลายจุดสำคัญไม่อยู่ในสำนวนเดิม ย้ำเป็นหลักฐานทางราชการ มอบDSIครบแล้วรอป.ป.ช.ชี้ขาดเชื่อมีเงื่อนงำ

"เต้ มงคลกิตติ์"เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดคดีแตงโมชี้มีหลายจุดสำคัญไม่อยู่ในสำนวนเดิม ย้ำเป็นหลักฐานทางราชการ มอบDSIครบแล้วรอป.ป.ช.ชี้ขาดเชื่อมีเงื่อนงำ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังเข้ายืนยันจุดกล้องวงจรปิดในคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม” นิดา พัชรวีระพงษ์ ว่า ตนได้ติดตามรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดมาตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. 2565 ไล่ตรวจสอบเส้นทางการเดินเรือตั้งแต่บริเวณบ้านพัก ไปจนถึงสะพานพระราม 8 ครอบคลุมทั้งเส้นทางขาไปและขากลับ โดยสามารถรวบรวมภาพจากกล้องในหลายจุดได้จำนวนมาก ก่อนส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้ประกอบการตรวจสอบ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ปัจจุบันคดีหลักได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยคดีของนายตนุภัทร หรือ “ปอ” และนายไพบูลย์ หรือ “โรเบิร์ต” มีคำพิพากษาไปแล้ว ส่วนคดีของจำเลยอีก 4 คน ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง ขณะที่คดีที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการอยู่ เป็นเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้นำตนมาชี้จุดกล้องวงจรปิดที่มีความสำคัญต่อรูปคดี

ทั้งนี้ กล้องจุดแรกบริเวณท่าเรือเทวราชกุญชร สามารถตรวจนับจำนวนบุคคลบนเรือได้ 5 คน ขณะที่กล้องอีกจุดหนึ่งบริเวณทางโค้ง ซึ่งได้รับมาจากกรมเจ้าท่า ก็ปรากฏภาพเงาบุคคลบนหัวเรือและบุคคลอื่นภายในเรือ รวมแล้วประมาณ 5 คนเช่นกัน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ภาพจากกล้องบริเวณใต้สะพานซังฮี้ ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากล้องได้รับความเสียหายจากเหตุเรือชนสะพาน แต่ภายหลังสามารถหากล้องอีกตัวหนึ่งมาได้ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ก่อนเรือแล่นลอดใต้สะพาน มีลักษณะคล้ายมีบุคคลนั่งอยู่บริเวณท้ายเรือ ตามที่ปรากฏในสำนวนเดิม แต่หลังเรือลอดสะพานกลับไม่ปรากฏบุคคลอยู่บริเวณดังกล่าว ภาพดังกล่าวตนได้ส่งมอบให้คณะพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2565 แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีกล้องจากบริเวณท่าเรือพิบูลสงครามและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งตนใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้รับภาพดังกล่าวมา โดยต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน รวมถึงระดับผู้บริหารกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ก่อนจะสามารถรวบรวมภาพทั้งหมดส่งมอบให้ดีเอสไอได้ครบถ้วน

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า หลักฐานจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดเป็นหลักฐานทางราชการที่มีความน่าเชื่อถือ และเชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการประกอบสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าจะรับดำเนินการเองหรือส่งบางส่วนกลับมาให้ดีเอสไอดำเนินการต่อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดหลักฐานสำคัญดังกล่าวจึงไม่ปรากฏอยู่ในสำนวนเดิม นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบ หลักฐานบางส่วนไม่ได้อยู่ในสำนวนการสอบสวน และแผ่นซีดีที่เกี่ยวข้องกับกล้องวงจรปิดบางส่วนไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ อย่างไรก็ตาม ตนได้จัดเก็บต้นฉบับไว้ครบถ้วนจำนวน 4 ชุด และมอบให้ดีเอสไอไว้แล้วชุดหนึ่ง

ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกันพยานหลักฐานสำคัญออกจากสำนวนหรือไม่นั้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากนำภาพจากกล้องใต้สะพานซังฮี้เข้ามาประกอบการพิจารณา อาจส่งผลกระทบต่อข้อสรุปในสำนวนเดิมได้ แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นความบกพร่องของผู้ใด และไม่ต้องการกล่าวหาใครเป็นการเฉพาะ

“ผมเชื่อว่าคดีนี้ยังมีเงื่อนงำ และรอคอยความกระจ่างมานานกว่า 4 ปี 3 เดือนแล้ว สิ่งที่ผมทำก็เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวด้วยว่า หากในอนาคตสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงใหม่จากหลักฐานกล้องวงจรปิดได้ ก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนที่จ่ายให้ตนในฐานะผู้แทนราษฎรตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะสิ่งที่ประชาชนทุกคนต้องการคือ “ความยุติธรรมที่เท่าเทียม”

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ทำหน้าที่ในส่วนของตนอย่างเต็มที่แล้ว และขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของดีเอสไอและ ป.ป.ช. ต่อไป พร้อมยืนยันว่าหลักฐานกล้องวงจรปิดที่รวบรวมได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นหลักฐานทางราชการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้

“ผมยังเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมมีอยู่จริง และหวังว่าความจริงจะปรากฏ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับแตงโม ครอบครัวของเธอ และประชาชนคนไทยทุกคน” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...