พัฒนา ย้ำกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง คุมเข้มตั้งแต่การปลูก เตือนลอบขนออกนอกประเทศเสี่ยงคุก
วันนี้ (7 กรกฎาคม) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่านโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น โดยร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้ทำประชาพิจารณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ไม่ทันการพิจารณาในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะเป็น พ.ร.บ.ที่ควบคุมกัญชาตั้งแต่การปลูก
ปัจจุบันกฎหมายที่ใช้คุ้มครองอยู่คือ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และกฎกระทรวงต่าง ๆ เป็นการควบคุมเรื่องการขาย การส่งต่อ และการสกัด แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงการปลูก และ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนค่อนข้างสูงและมีโทษหนัก พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล มีนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น
ส่วนโอกาสที่จะทำให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติด พัฒนากล่าวว่า ตอนนี้ต้องทำ พ.ร.บ.ควบคุมให้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเรื่องกฎหมายที่จะทำให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติด น่าจะอยู่ในส่วนของกฎหมายยาเสพติด ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม
สำหรับกรณีที่ขณะนี้มีการลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศนั้น พัฒนากล่าวว่า แม้ปัจจุบันกัญชาในประเทศไทยจะไม่ใช่ยาเสพติด แต่ในประเทศปลายทางหลายประเทศยังคงถือเป็นยาเสพติดอยู่ เพราะฉะนั้นการขนย้ายต้องตรวจสอบกฎหมายของประเทศปลายทางด้วย
ส่วนผู้ที่ลักลอบนำออกไปขายเป็นจำนวนมาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ประสานกับกรมศุลกากร และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา มีการใช้ใบอนุญาตปลอมบ้าง แต่ปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะออกใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น จึงสามารถควบคุมได้อีกทางหนึ่ง แต่ยอมรับว่าหากมีจำนวนมาก ก็อาจมีการเล็ดลอดบ้าง
พัฒนายังกล่าวถึงกรณีร้านที่ดำเนินกิจการเปิดขายกัญชาอยู่ในขณะนี้ว่า ในอดีตตั้งแต่ปี 2568 มีจำนวน 18,000 ร้านค้า และเมื่อสิ้นปี 2568 มีร้านที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้วประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 6,000 ร้าน และมีการต่ออายุประมาณ 1,500 ร้านค้า โดยการให้ใบอนุญาตจะอนุญาตครั้งละ 3 ปีปฏิทิน ซึ่งจะมีใบอนุญาตหมดอายุในปี 2569 และ 2570 ปีละประมาณ 6,000 ร้านค้า
กระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งให้เพิ่มเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าไปตรวจจับได้ ทั้งตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหลายหมื่นคน ส่วนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้นำข้อมูลร้านค้าทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องไว้บนเว็บไซต์ พร้อมปักพิกัด GPS และแสดงรายละเอียดว่าใบอนุญาตหมดอายุเมื่อใด หากร้านใดไม่อยู่ในระบบดังกล่าว แสดงว่าเป็นร้านค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง สามารถจับกุมได้ทันที
พัฒนากล่าวอีกว่า ส่วนร้านค้าที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง ภายหลังมีการปรับปรุงกฎกระทรวง ร้านจะต้องปรับตัวให้เป็นสถานพยาบาล ต้องมีแพทย์ประจำเพื่อกำกับดูแลการจำหน่ายให้แก่ผู้ที่จำเป็นต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการสั่งจ่ายกัญชาจำนวนมากให้บุคคลเดิมซ้ำๆ ซึ่งหากพบว่ามีการสั่งจ่ายในลักษณะดังกล่าว จะต้องตรวจสอบโดยละเอียด หากพบความผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนร้านที่มีการลักลอบเปิดและจำหน่ายกัญชาเพื่อสันทนาการ พัฒนา ยืนยันว่า ร้านเหล่านี้ต้องถูกจับกุม หากเป็นร้านที่ไม่ได้ลงทะเบียนหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถจับกุมได้ทันที