โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"เบนซ์ เรซซิ่ง" แฉหมดเปลือก! ศาลสั่งออกหมายจับ "อดีตทนายดัง"

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เบนซ์ เรซซิ่ง” แฉหมดเปลือก! ศาลสั่งออกหมายจับ “อดีตทนายดัง” เบี้ยวเงินประกัน 3 ล้าน หลังชิ่งหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

"เบนซ์ เรซซิ่ง" แฉหมดเปลือก! ศาลสั่งออกหมายจับ "อดีตทนายดัง" เบี้ยวเงินประกัน 3 ล้าน หลังชิ่งหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นาย อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” พร้อมด้วยนาง สุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดา ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษาในชั้นฎีกา กรณีอดีตทนายเบี้ยวเงินประกัน 3 ล้าน ตอน "เบนซ์" เป็นจำเลยคดียาเสพติด คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนาย ศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในข้อหา "ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ"

กรณีสืบเนื่องจากคดีกล่าวหาทนายความเบี้ยวเงินค่าว่าจ้างประกันตัว นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” 3 ล้านบาท ต่อมาทนายความคนดังกล่าวยังได้ข่มขู่เบนซ์-แม่ให้ถอนฟ้องคดีนี้ด้วย โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (7 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 609 พร้อมเปิดใจต่อสื่อมวลชนก่อนขึ้นศาล

เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวว่า วันนี้ตนมากับมารดา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยมาในฐานะโจทก์ที่ยื่นฟ้องทนายความที่เคยว่าจ้างเรื่องประกันตัวไป และไม่คืนเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท และศาลแพ่งได้มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้ให้คืนเงินดังกล่าวแบบเต็มจำนวนไปแล้ว แต่ภายหลังก็ไม่มีเงินมาชดใช้คืน มีเพียงแค่คำสั่งล้มละลาย หลังจากนั้นพอมีคำสั่งให้คืนเงินทางนายศิวาวิทย์ก็ได้มาฟ้องกลับมารดาของตนว่า นำเอกสารไปฟ้องโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในวันที่ไต่สวนมูลฟ้องศาลก็ได้ยกฟ้องไปแล้ว เนื่องจากไม่มีมูล การกระทำแบบนี้มองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะเป็นทนายความมีความรู้ทางกฎหมาย แต่กลั่นแกล้งมารดาตนให้รับโทษทางอาญา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้ฟ้องกลับไปฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามาแล้วในปี 2565 จำคุก 2 ปี ในข้อหาเบิกความเท็จ และ 1 ปีในข้อหาฟ้องเท็จ แต่ชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเหลือ 8 เดือน ซึ่งคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายฎีกาสู้

"ตนมองว่าคดีนี้มีความสำคัญตรงที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถและเป็นทนายความ เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ เคยได้รับรางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ไม่ควรที่จะนำตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ มากลั่นแกล้งประชาชน เหมือนหากินกับความเดือดร้อนของผู้อื่นที่มีคดีความอยู่ และคนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม ที่ผ่านมานายศิวาวิทย์ไม่เคยเข้ามาไกล่เกลี่ย มีแต่เข้ามากลั่นแกล้ง ซึ่งตนก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันเพื่อป้องกันไว้แล้ว ส่วนก่อนหน้านี้ที่เลือกเข้ามาเป็นทนายความเพราะเป็นคนรู้จักที่แนะนำมาอีกที ตนไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็มีการแอบอ้างว่ารู้จักคนใหญ่คนโต สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีความได้ เพราะตอนนั้นตนก็ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเมื่อมีทนายเข้ามาทางเราก็ไว้ใจ แต่สุดท้ายถูกหลอกและเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตนมองว่าความยุติธรรมยังมีอยู่แต่ใช้ระยะเวลานานเนื่องจากคดีนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว" เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่ามีเพียงทนายความโจทก์และตัวโจทก์มาศาลในขณะที่จำเลยได้รับหมายฟังคำพิพากษาแล้วไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งว่าเมื่อจำเลยได้รับหมายทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาตามนัดไม่สามารถติดต่อได้ ส่อถึงพฤติการณ์หลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มจำนวน โดยให้เลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 7 สิวหาคม 2569 เวลา 09.00 น. พร้อมฟังผลการจับกุมจำเลยมาฟังคำพิพากษา

ด้าน นายอัครกิตติ์ หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" กล่าวภายหลังศาลเลื่อนว่า ในวันนี้จำเลยไม่มาตามนัดเพื่อฟังคำพิพากษาในวันนี้ศาลจึงออกหมายจับและริบเงินประกันก่อนเลื่อนนัดเป็นวันที่ 7 ส.ค. 2569 ตนมองว่าในวันนี้เจ้าตัวไม่มาก็คิดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว อยากฝากว่าตอนที่ตั้งใจที่หลอกลวงยังกล้าทำ แต่สุดท้ายวันที่คดีสิ้นสุดกลับไม่กล้ามาฟังคำพิพากษา ก็อยากฝากไปถึงเจ้าตัวให้เข้ามาฟังคำพิพากษาในนัดหน้าด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...