โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

K-dle - CerGems อัพไซคลิ่งจากของเสียสู่วัสดุมูลค่าสูง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อวดงานวิจัยในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ผลงาน “นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน จากทรัพยากรเกษตรสู่วัสดุมูลค่าสูงและการใช้งานจริง” สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

K-dle โอบอุ้มอย่างอ่อนโยน ปกป้องอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.ตติยา ตรงสถิตกุล นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สาขาวิศวกรรมโพลีเมอร์ เล่าเรื่องราวของ K-dle ที่เพิ่งคว้ารางวัล Eco-friendly – Thai Packaging Design Association (Thai PDA) ว่า

รศ.ดร.ตติยา ตรงสถิตกุล

“K-dle มาจาก Cradle (เปลเด็ก) วัสดุกันกระแทกผลิตจากยางพาราที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มมาจากโจทย์ที่ได้มาตั้งแต่ปี 2018 ว่าให้หาทางช่วยเกษตรกรไทย เวลาส่งสินค้าไปยุโรปเพราะเขาจะเลิกใช้พลาสติกแล้ว ซึ่งถ้าไม่ใช้วัสดุกันกระแทกเวลาขนส่งจะทำให้เกิดการกระแทก สินค้าการเกษตร ผัก ผลไม้ ช้ำถึง 30% เมื่อคิดว่าเกษตรกรไทยทุ่มเวลา แรงกายใจปลูกพืชผล พอเดินทางไปด้วยเครื่องบินหรืออะไรก็แล้วแต่ สินค้าเสียไป 30% กำไรที่ควรได้ก็เสียไป”

วัสดุกันกระแทกจากยางพารา ย่อยสลายได้ ไม่เกิดไมโครพลาสติก

โจทย์มีมาหลายปีแต่ติดช่วงโควิด ประกอบกับใช้เวลาพัฒนา 4-5 ปี ได้เป็นบรรจุภัณฑ์ป้องกันการกระแทก และต้องมีความยั่งยืน นักวิจัยจึงคิดถึง “ยางพารา”

“พวกวัสดุกันกระแทกที่ทำจากโฟมพลาสติก ยุโรปห้ามใช้ เป็นประเทศแรก ๆ ที่บังคับห้ามใช้พลาสติก ถ้าเราผลิตได้จะเป็นประโยชน์กับคนไทยด้วย เพราะกฎหมายยุโรปใกล้จะออกมาแล้ว เราจึงควรเปลี่ยนถ่ายหรือลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก

ห่อขวดไวน์ดูหรู

เราคิดถึงต้นทางคือยางธรรมชาติ ปลูกซ้ำได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นยางพาราสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เรากรีดน้ำยางมาใช้ไม่ได้ตัดต้นไม้ ประสิทธิภาพดีกว่าพลาสติก 20% ลดรอยช้ำได้มากกว่า 20% ใช้ซ้ำได้ 20 รอบ

ใช้เสร็จถ้าต้องการทำลายง่ายนิดเดียว เอาไปตากแดดแล้วจะย่อยสลายภายใน 2 สัปดาห์ พอโดนแดดจะค่อย ๆ เหลือง ค่อย ๆ กรอบ พอ 2 สัปดาห์ก็เป็นขุย กลายเป็นอาหารดิน”

K-dle ห่อหุ้มแบบอีโคเฟรนด์ลี่

วงจรชีวิตของ K-dle กลับคืนสู่ธรรมชาติ

แต่เพนพอยท์ยังมีคือ พลาสติกหรือโฟมที่ห่อหุ้มผักผลไม้ ราคาถูกมากราว 50 สตางค์ แต่วัสดุห่อหุ้มจากยางพาราราคา 2 บาท แต่นักวิจัยคำนวณมาให้แล้วว่าใช้ดีกว่า คุ้มกว่า

“เพราะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง เขาไม่เก็บมาใช้ซ้ำ หรือพอใช้แล้วมันยืดหรือขาดก็ใช้อีกไม่ได้ แต่วัสดุจากยางพาราใช้ได้ 20 ครั้ง จึงเหลือแค่ชิ้นละ 10 สตางค์ เราถูกกว่า แต่ประเด็นคือเราต้องสร้างระบบให้เอากลับมาใช้ได้ กำลังคิดถึงระบบคืนขวดน้ำ”

วัสดุห่อหุ้มจากยางพาราธรรมชาติ ลดการพึ่งพาปิโตรเลียม ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ย่อยสลายง่ายไม่กลายเป็น “ไมโครพลาสติก”

“แผ่นยางทำแบบทึบหรือโปร่งได้ ทำลวดลายได้ หนาบางได้ เช่นลายดอกไม้ ลายเหรียญมงคลของจีน ลายเหมือนคลื่นญี่ปุ่น เราทำตอนนำเสนอผลงาน เกษตรกรบอกว่าจะไปห่อเมลอนส่งไปญี่ปุ่น เมลอนลูกละสองพันสี่น่าจะห่อให้ดูสวยงาม ชื่อ K-dle เกษตรกรบอกว่าเหมือนเปลเด็กเลยนำมาเป็นชื่อแบรนด์ ใช้ห่อผลไม้เช่นมะม่วงซึ่งต้องการโชว์ด้านหน้าของผลไม้”

ผลไม้ไทย ไวน์ เครื่องดื่ม เครื่องหอม จะได้รับการโอบอุ้มอย่างอ่อนโยนในวัสดุกันกระแทกลวดลายสวย

“เราทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ เช่น สวนราเชนที่ราชบุรี สวนที่สระแก้ว ช่วยกันพัฒนาเพราะเราทำไปก็ไม่รู้หรอกว่าคนใช้งานอยากได้แบบไหน ตอนแรกทำทรงกระบอกไปเขาบอกไม่อยากได้ บอกอีกว่าไม่เคยอยากได้แต่ไม่เคยมีทางเลือก”

ห่อให้สวย ดูหรูมีราคา ดีไซน์ของลวดลายไม่เหมือนพลาสติกทั่วไป และจะพัฒนาต่อไปเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้จริง

“ตอนนี้ราคา 2 บาท จะแข่งขันกับพลาสติกได้ก็ต่อเมื่อปริมาณการใช้งานสูงขึ้นเลยต้องขยายสเกล ขณะเดียวกันก็ออกงานให้คนรู้จักมากขึ้น ได้รางวัลมาจากหลายสถาบัน ประกวดที่เจนีวาผลตอบรับดีมาก คุยกับเยอรมนีเขาบอกว่ายอมซื้อที่ 1 ยูโร เราคิดว่าจะขอทุนเพื่อทำเรื่องขยายสเกลให้ผลิตจำนวนมากเพื่อราคาต้นทุนที่ถูกลง จดอนุสิทธิบัตรแล้ว กำลังตั้งบริษัทสตาร์ทอัพเพื่อพัฒนาการผลิตเพิ่มขึ้น”

CerGems ™ เปลี่ยนแกลบสู่อัญมณีชั้นสูง

รศ.ดร.ศิริวรรณ โชคค้า นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยสุรนารี สาขาวิศวกรรมเซรามิก ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เปลี่ยนแกลบสู่อัญมณี คุณสมบัติเทียบเท่าพลอยเนื้อแข็ง ลักษณะใสวาวเหมือนควอทซ์

รศ.ดร.ศิริวรรณ โชคค้า

“จุดเริ่มต้นจากเกษตรกรในจังหวัดราวสามร้อยกว่าคน ถามถึงปัญหาของเสียทางการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย ฟางข้าวโพด หัวมันสำปะหลัง ต้องเร่งระบายเพราะเยอะมาก เกษตรกรพยายามแล้ว เอามาทำอาหารสัตว์ ทำปุ๋ยก็แล้วแต่ยังคงเยอะอยู่ และเกษตรกรจำเป็นต้องใช้พื้นที่ปลูกใหม่ ดังนั้นเขาก็เลี่ยงไม่ได้ต้อง “เผา” กลายเป็นมลพิษ เกิดฝุ่น PM2.5 จึงเป็นที่มาว่านักวิจัยเข้าไปช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นของที่มีประโยชน์ ลดปัญหาพีเอ็ม และสร้างรายได้ขึ้น”

โจทย์ใหญ่ขนาดนี้ นักวิจัยใช้เวลาคิด 4-5 เดือน ได้คำตอบว่านำแกลบเหลือทิ้งจากการสีข้าว ผ่านกระบวนการวิศวกรรมสู่อัญมณีเชิงนวัตกรรมมูลค่าสูง

อัญมณีรักษ์โลก ผลิตจากแกลบ วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

“คำนวณสูตรทุกอย่าง ออกมารุ่นแรกได้ความแข็งก็จริงแต่ยังวาวไม่พอ เราเลยปรับดีไซน์สูตรอีกรอบ ปรับปรุงความวาวโดยดึงศักยภาพของเหลือทิ้งจากการเกษตร ซึ่งใช้เวลาพัฒนามาจนเข้าปีที่สอง โดยได้ทุนจาก วช. (สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) พัฒนาให้วาวขึ้น”

นักวิจัยบอกว่า กระบวนการผลิตใช้สูตรจากวิชาวิศวกรรมเซรามิก ไม่ได้ใช้อุปกรณ์หรือเทคนิคราคาแพงเลย โดยใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว

วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร กลายเป็นจิวเวลรีมูลค่าสูง

“แกลบ ชานอ้อย ฟางข้าว หัวมันสำปะหลัง ใช้เทคนิคและกระบวนการขั้นสุดด้านวิศวกรรมผสมและหลอมออกมาจนได้จิวเวลรี หรือพลอยสังเคราะห์ที่มีความแข็งและความวาวใกล้เคียงกับอัญมณีเนื้อแข็งธรรมชาติ ตระกูลควอทซ์ โดยนำของเสียเหลือทิ้งมาสังเคราะห์ในรูปของซิลิก้าบริสุทธิ์ จากนั้นเข้าสู่กระบวนการเทคนิคทางวิศวกรรม พอได้อัญมณีแล้วขั้นต่อไปคือการเจียระไน

การทดสอบความแข็งแรง ถ้าตีเป็นภาษาอัญมณีอยู่ที่ 7-8 โมห์ (Moh Scale) เทียบเท่าตระกูลควอทซ์ และมีค่าดัชนีหักเห 1.55 เท่ากับควอทซ์ ความวาวมากกว่า 60% ซึ่งเท่ากับพลอยเนื้อแข็งในธรรมชาติ

ส่วนสีเข้มมากหรือน้อยใช้เทคนิคในการผสมสูตร ซึ่งเป็นโนว์ฮาวที่เราใส่เข้าไป เป็นสูตรของเราที่ตอนนี้จดสิทธิบัตริไปแล้วบางส่วน โดยสีที่ได้ตอนแรกจะออกใสติดสีเขียวนิด ๆ หรือชมพูอ่อน ขึ้นอยู่กับพืชที่ปลูกในบริเวณนั้นว่าดูดซับแร่ธาตุอะไร เช่น แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย ซังข้าวโพด แม้กระทั่งไม้สักที่เป็นของเสียจากร้านเฟอร์นิเจอร์ แต่กระบวนการทำต้องแยกเฉพาะชนิดของพืช เพื่อชูประเด็นของพืชแต่ละตัว แต่จริง ๆ เอามารวมกันก็ได้ ดังนั้นดินแต่ละที่ พืชแต่ละชนิดจะดูดซับไว้ไม่เหมือนกัน จะให้สีอ่อน ๆ แตกต่างกัน และมีสีหลากหลายที่ได้มาจากกระบวนการผสมขั้นตอนที่สาม”

ความรู้คือกุญแจสำคัญ ทั้งกระบวนใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงก็สำเร็จได้เป็นอัญมณีเพื่อความยั่งยืน

“ใช้ชื่อแบรนด์ว่า CerGems ™ Cer หมายถึงเซรามิก บวกกับเอนจิเนียริ่งและเจมสโตน คือกระบวนสร้างที่ใช้เทคนิคขึ้นสูงทางวิศวกรรมเซรามิก

“ไม่ได้ใช้เครื่องมือแพงเลย ใช้โพรเซสง่าย ๆ เพื่อขยายเป็นอุตสาหกรรมได้ง่ายไม่ต้องลงทุนสูง ทั้งหมดนี้สามารถทำเป็นแมสโปรดักต์หรือเปิดโรงงานผลิตก็ไม่ยาก อีกทั้งมีมูลค่า ราคาคร่าว ๆ 1 กะรัต ประมาณ 2,000 บาท ตอนนี้เราคุยกับหลายบริษัทมาก

ล่าสุด “แพนโดร่า” กำลังบันทึกข้อตกลงในเชิงลึก มองแนวทางร่วมกัน ซึ่งตอนนี้แพนโดร่าสนใจใน 2 ส่วนคือ นำงานของเราไปต่อยอดโดยตรง โดยเขามีโพรเซสในการผลิตของเขา กับอีกรูปแบบหนึ่งคือจ้างวิจัยเพื่อนำนวัตกรรมไปใช้ต่อ”

อัญมณีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าผลการเจรจาจะเป็นเช่นไร ตอนนี้อัญมณีเชิงวิศวกรรมศาสตร์ในการอัพไซคลิ่งจากของเสียทางการเกษตรให้มีมูลค่าสูง ยังเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่องในรูปแบบการเจียระไนและดีไซน์ให้ร่วมสมัยขึ้น

“จุดขายของเราคือ อัญมณีรักษ์โลก ลดของเสียทางการเกษตร ลดฝุ่น PM2.5”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...