โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมืองพัทยา ผุด “War Room” บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะแจ้งเตือนฝนหนัก-น้ำท่วมแบบเรียลไทม์คาดเฟสแรกเปิดใช้ ก.ค.นี้

Manager Online

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ศูนย์ข่าว8203;ศรี8203;ราชา8203;- นายกเมืองพัทยา ติดตามความคืบหน้าการจัดตั้ง “War Room” บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ โดยใช้ AI-เซ็นเซอร์ แจ้งเตือนปริมาณฝน-น้ำท่วมแบบเรียลไทม์ คาดเฟสแรกพร้อมใช้งานเดือน ก.ค.นี้

วันนี้ (18 พ.ค.)8203; นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่โรงบำบัดน้ำเสียหนองใหญ่ เมืองพัทยา เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดทำห้องวางแผนและปฏิบัติการ หรือ “War Room” ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะของเมืองพัทยา เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่แบบเรียลไทม์

โดยมี นายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข ผู้อำนวยการส่วนจัดการระบบป้องกันและระบายน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักช่างสุขาภิบาล และเจ้าหน้าที่สำนักช่างสุขาเมืองพัทยา ร่วมชี้แจงรายละเอียดพร้อมเผยว่าระบบดังกล่าวจะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ ทั้งภายในท่อระบายน้ำ และบนพื้นผิวจราจร ที่จะสามารถวัดปริมาณน้ำ อัตราการไหล

และตรวจสอบข้อมูลผ่าน Flow Meter เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกที่ไหลเข้าสู่เมืองพัทยาได้อย่างแม่นยำทั้งในด้านปริมาณ ความเร็ว และระยะเวลาที่น้ำจะเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง

นอกจากนั้น เมืองพัทยา ยังบูรณาการข้อมูลร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผ่านระบบ “ฟ้าฝนเซนส์” สำหรับพยากรณ์อากาศ และ “ฟ้าฝนริเวอร์” สำหรับตรวจวัดระดับน้ำ โดยติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพอากาศและปริมาณน้ำครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยา หนองปรือ ห้วยใหญ่ และโซนฝั่งตะวันออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพยากรณ์ฝน เฝ้าระวังน้ำหลาก และติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์

โดยขณะนี้เริ่มดำเนินการติดตั้งระบบและอยู่ระหว่างการเซ็ตระบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ขณะที่ นายกเมืองพัทยา เผยว่าการจัดตั้งห้องวางแผนและปฏิบัติการ หรือ War Room บริหารจัดการน้ำ เป็นโครงการที่ดำเนินการร่วมกันระหว่าง สำนักช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง และระบบแจ้งเตือนประชาชนในช่วงฝนตกหนัก

ซึ่งภายในห้องวอร์รูม จะมีระบบแผนผังบริหารจัดการน้ำ พร้อมติดตั้งกล้องและเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ ทั้งภายในท่อระบายน้ำและบนผิวจราจร เพื่อวิเคราะห์เส้นทางการไหลของน้ำที่ส่วนใหญ่จะไหลจากฝั่งตะวันออกเข้าสู่ตัวเมืองพัทยา ก่อนระบายลงทะเลทางฝั่งตะวันตก

ทั้งนี้ หากระบบเฟสแรกแล้วเสร็จในช่วงกลางถึงปลายเดือน ก.ค. 2569 จะสามารถติดตามสถานการณ์น้ำขณะฝนตกแบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนประชาชนได้ทันที พร้อมเตรียมติดตั้งจอ Display และป้ายแจ้งเตือนอัตโนมัติ ในจุดน้ำท่วมซ้ำซาก 3 จุด ได้แก่ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟช่วงเขาน้อย–เขาตาโล ถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ และถนนพัทยาสาย 3 บริเวณแยกร้านอาหารมุมอร่อย

" ที่ผ่านมา เมืองพัทยา ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจและกิจการพิเศษคอยปิดกั้นการจราจรด้วยแรงงานคน แต่ในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติที่สามารถแจ้งเตือนและบริหารจัดการได้ทันที รวมถึงสามารถควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาดจากบุคลากร หรือ Human Error"

นอกจากนี้ ยังมีแผนเชื่อมต่อระบบแจ้งเตือนเข้ากับแอปพลิเคชัน “Pattaya Connect” และ SMS โดยใช้สัญลักษณ์สีแสดงระดับความเสี่ยง หากเป็นสีเขียวหมายถึงสถานการณ์ปกติ สีส้มเริ่มเฝ้าระวัง และหากเป็นสีแดงจะเป็นสัญญาณเตือนห้ามผ่านพื้นที่ดังกล่าวทันที เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการจราจรได้สะดวกมากขึ้น

นายกเมืองพัทยา ยัง้ผยอีกว่าในเฟสแรกนี้ จะมีการติดตั้งกล้องเซนเซอร์ภายในท่อระบายน้ำประมาณ 43 ตัว และบนผิวจราจรอีก 15 จุด ส่วนเฟส 2 จะติดตั้งเพิ่มเติมภายในท่ออีก 50 จุด และสถานีตรวจวัดบนผิวจราจรเพิ่มเติม โดยทั้งสองเฟสจะมีอุปกรณ์ตรวจวัดรวมกว่า 100 จุด คาดแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้เช่นกัน

ทั้งนี้ระบบดังกล่าว จะเก็บข้อมูลแบบ Big Data เพื่อนำมาวิเคราะห์และคาดการณ์เส้นทางการไหลของน้ำ เช่น ปริมาณฝน ระดับน้ำในท่อ และระดับน้ำบนผิวจราจร ว่าอีกกี่นาทีน้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สำนักช่างสุขาภิบาล เทศกิจและหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ เห็นข้อมูลชุดเดียวกัน

สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชน ปิดกั้นการจราจร และบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอการแจ้งเหตุจากประชาชนหรือส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเหมือนที่ผ่านมา

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...