รวบช่างแสบ! หลอกขายเวที–โครงเหล็กผ่านเฟซบุ๊ก สูญกว่า 2.6 แสนบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบช่างทรัสแสบ! หลอกขายเวที–โครงเหล็กผ่านเฟซบุ๊ก สูญกว่า 2.6 แสนบาท
วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) , พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.3 บก.ป.) ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สารวัตร กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.3 บก.ป.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.3 บก.ป. ดำเนินการ
ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ.158/2567 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้พบเฟซบุ๊กซึ่งเปิดเป็นสาธารณะ โพสต์ภาพและโฆษณารับผลิตทรัสแขวนตู้ลำโพง เวทีการแสดง และงานโครงสร้างเหล็กต่างๆ ในลักษณะที่น่าเชื่อถือ คล้ายมีสถานประกอบการและทีมงานผลิตจริง ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อสอบถามรายละเอียด และตกลงว่าจ้างให้ นายเอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหา ผลิตทรัสและเวที จำนวน 2 ชุด รวมมูลค่ากว่า 265,000 บาท โดยผู้เสียหายได้ทยอยโอนเงินค่ามัดจำและค่าสินค้าเข้าบัญชีธนาคารตามที่ผู้ต้องหาแจ้งไว้หลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 265,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินไปซื้อวัสดุเพื่อใช้ในการดำเนินการผลิต พร้อมรับปากว่าจะทยอยส่งมอบสินค้าให้ตามกำหนด แต่เมื่อใกล้ถึงวันส่งมอบ ผู้ต้องหากลับขอเลื่อนการส่งสินค้าออกไปหลายครั้ง อ้างว่างานยังไม่แล้วเสร็จ
ต่อมาผู้เสียหายเริ่มเกิดความสงสัย จึงเดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่บ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.โพนศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ กลับพบว่าสถานที่จริงไม่ตรงกับภาพและข้อมูลที่ผู้ต้องหานำไปโฆษณาไว้ในเฟซบุ๊ก จากนั้นผู้ต้องหาได้นัดส่งสินค้าในพื้นที่ จ.หนองคาย แต่เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบสินค้าพบว่าสินค้าไม่ครบและไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ กระทั่งผู้ต้องหาได้ยอมรับกับผู้เสียหายว่ายังไม่ได้ดำเนินการผลิตเวทีให้ครบตามที่ตกลงไว้ และรับปากว่าจะคืนเงินให้ แต่สุดท้ายก็หลบเลี่ยงไม่ยอมคืนเงิน ผู้เสียหายจึงได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่ามีลูกค้ารายอื่นเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กลักษณะเดียวกันว่าเคยถูกหลอกให้โอนเงินแต่ไม่ได้รับสินค้า จึงเชื่อว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายจับ จนกระทั่งสามารถติดตามสืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา