โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาดไทย สั่ง 21 จังหวัดชายแดน ใช้กลไก ศส.ชด.จังหวัด เข้มความมั่นคง

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

มหาดไทยสั่งการ 21 จังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา -สปป.ลาว-มาเลเซีย ดำเนินมาตรการเข้ม เดินหน้าขับเคลื่อนกลไก "ศส.ชด.จังหวัด" ยกระดับความมั่นคงแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม

จังหวัดชายแดน

ที่ประชุมมีมติสำคัญในการมอบหมายให้จังหวัดชายแดนใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัด (ศส.ชด.จังหวัด) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อลดภัยคุกคามในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคงด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และยาเสพติด

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา ไทย-สปป.ลาว และไทย-มาเลเซีย ทั้ง 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ เชียงใหม่ ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง ยะลา สงขลา นราธิวาส สตูล และจังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีด้านความมั่นคงชายแดนจังหวัด ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ โดยใช้กลไก ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัด (ศส.ชด.จังหวัด) เป็นกลไกสำคัญในการปฏิบัติ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับการดำเนินการให้สอดคล้องกับผลการ Workshop ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งมุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงอย่างจริงจังและครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่

1. ด้านการป้องกัน ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันในลักษณะทีมจังหวัด โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงทุกรูปแบบในพื้นที่ รวมทั้งการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

2. ด้านการปราบปราม ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

3. ด้านการช่วยเหลือ เพื่อเยียวยาและดูแลประชาชน

ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นกลไกหลักการรับเรื่องร้องเรียน แก้ไขปัญหา และติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม หากมีเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายทั้งวินัยและอาญา โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย อันจะเสริมความเข้มแข็งให้กลไกในระดับพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีเอกภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ความมั่นคง และความผาสุกที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...