โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รฟท.เบรกแผนยกเลิกเดินรถเชิงสังคม 30 ขบวน แม้อ้างแก้ปัญหาขาดทุน หลังถูกติงทำประชาชนเดือดร้อนเพิ่ม

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

รฟท.เบรกแผนยกเลิกเดินรถเชิงสังคม 30 ขบวน และตัดระยะอีก 16 ขบวน พร้อมย้ำเดินรถทุกขบวนตามปกติ หลังหนังสือคำสั่งหลุดระบุต้องการลดปัญหาขาดทุน โซเชียลกังวลซ้ำเติมประชาชนในภาวะค่าน้ำมันแพง พร้อมทบทวนแนวทางใหม่ ด้านสหภาพฯยื่นคัดค้าน ชี้เวลานี้ไม่เหมาะสม

จากกรณีที่มีการส่งต่อภาพเอกสารภายในของรฟท. กระจายไปตามสื่อออนไลน์และโซเชียล ระบุว่า รฟท.เตรียมงดเดินขบวนรถเชิงสังคม 30 ขบวน และปรับลดระยะทาง 16 ขบวน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องพึ่งพาพาหนะทางรางในการเดินทาง เกิดความตื่นตระหนกและกังวลใจเป็นอย่างมากนั้น

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า รฟท.ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ข้อมูลจากเอกสารภายในฉบับดังกล่าวทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความไม่สบายใจ และขอชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยยืนยันว่า ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะยังไม่มีการยกเลิกหรือปรับลดเที่ยววิ่งขบวนรถเชิงสังคมใดๆ ทั้งสิ้น ประชาชนยังคงสามารถเดินทางได้ตามกำหนดเวลาเดิมปกติในทุกเส้นทาง

โดยภาพบันทึกข้อความที่มีการส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์นั้น เป็นเพียงเอกสารเพื่อขออนุมัติหลักการในสายงานบริหาร ซึ่งจัดเป็นเอกสารภายในของการรถไฟฯ และยังไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ทั้งนี้ การรถไฟฯ มีแนวคิดที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ โดยเฉพาะขบวนรถที่มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการ (Load Factor) เฉลี่ยน้อยกว่าค่ากลาง เพื่อศึกษาว่าพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนไปอย่างไร และจะสามารถปรับปรุงเส้นทาง หรือนำหัวรถจักรและตู้โดยสารไปหมุนเวียนให้บริการในเส้นทางที่ประชาชนมีความต้องการสูงกว่าได้อย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลเพื่อ "เริ่มต้นศึกษาเพิ่มเติม" เท่านั้น

การรถไฟฯ ตระหนักดีว่าขบวนรถเชิงสังคมคือเส้นเลือดใหญ่ในการเดินทางของพี่น้องประชาชน การจะปรับเปลี่ยนใดๆ ในอนาคตจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด และ ขอยืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกขบวนรถอย่างกะทันหัน หรือดำเนินการโดยไม่มีระบบขนส่งสาธารณะอื่นมารองรับจนประชาชนต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองและรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมเสมอ

พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชน งดแชร์หรือส่งต่อภาพเอกสารดังกล่าว เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม และขอขอบพระคุณทุกความห่วงใยรวมถึงข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน

รายงานข่าวแจ้งว่า เอกสารดังกล่าว นำเสนอโดย มีนายประสิทธิ์ ถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายริการโดยสาร รฟท. เพื่อขอความเห็นชอบและอนุมัติให้ ยกเลิกการเดินรถขบวนบริการเชิงสังคมจำนวน 30 ขบวน และปรับปรุงการเดินขบวนใหม่ จำนวน 16 ขบวน โดยเป็นการทดลองระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 เพื่อติดตามผลกระทบก้านการบริการ และตรวจสอบสถิติการโดยสาร เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณายกเลิกและปรับปรุงการเดินรถ เป็นการถาวรต่อไป

โดยอ้างเหตุผลเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์แผนฟื้นฟูกิจการ ลดการขาดทุน โดยรฟท.มีขบวนรถเชงสังคมจำนวน 154 ขบวน ต่อวัน โดยปี 2566-2569 ไม่ได้รับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) ทำให้ขาดทุน ฝ่ายบริการโดยสารพิจารณาเห็นว่า ปัจจุบันรฟท.มีปัญหาขาดแคลนรถจักร ล้อเลื่อน มีทรัพยากรและบุคลากรด้านการเดินรถไม่เพียงพอ เกิดปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะสงครามกระทบทำให้เกิดขาดแคลนน้ำมันและราคาน้ำมันสูงขึ้น รฟท.มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จึงต้องปรับลดการเดินรถ

ด้านนายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภารแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 สร.รฟท.ได้ยื่นหนังสือถึงผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร เพื่อขอให้ทบทวนแผนการยกเลิกและปรับปรุงขบวนรถบริการเชิงสังคม ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเห็นว่า ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยรถไฟถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่รัฐจัดทำขึ้นเพื่อประชาชนทุกระดับเข้าถึงการขนส่งที่ประหยัดและปลอดภัย การมุ่งเน้นกำไรอย่างเดียว จึงเป็นการเบี่ยงเบนวัตถุประสงค์ขององค์กร การหยุดเดินรถโดยไม่มีขนส่งอื่นมารองรับเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ประกอบกับปัจจุบันเกิดปัญหาราคาน้ำมันสูงการหยุดบริการรถไฟ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...