โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินส้มทุกวัน ดีต่อผิวจริงไหม? 7 ประโยชน์ของส้มที่ไม่ได้มีดีแค่วิตามินซี

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
กินส้มทุกวันดีไหม? รู้จัก 7 ประโยชน์ของส้มที่มากกว่าวิตามินซี ทั้งช่วยสร้างคอลลาเจน เสริมภูมิคุ้มกัน ดูแลหัวใจ พร้อมข้อควรรู้ก่อนกินทุกวัน

หลายคนรู้ว่าส้มเป็นผลไม้ที่อุดมด้วย วิตามินซี แต่จริง ๆ แล้วส้มยังมีใยอาหาร โพแทสเซียม โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เฮสเพอริดิน (Hesperidin) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม

คำตอบคือ การกินส้มทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพผิวได้ เพราะวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ส้มไม่ใช่ "อาหารมหัศจรรย์" ที่ทำให้ผิวขาวหรือริ้วรอยหายไปในทันที แต่ควรกินร่วมกับอาหารที่หลากหลายและดูแลผิวอย่างเหมาะสม

1. วิตามินซีช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น โดยวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการสร้างคอลลาเจน

หากได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ การสร้างคอลลาเจนอาจลดลง ส่งผลต่อสุขภาพผิวและการสมานแผลได้

รู้หรือไม่? ส้มขนาดกลาง 1 ลูก ให้วิตามินซีประมาณ 70 มิลลิกรัม หรือเกือบเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใหญ่ใน 1 วัน

2. ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ

ส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น วิตามินซี ฟลาโวนอยด์ และแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากมลภาวะ ความเครียด และแสงแดด

แม้จะไม่สามารถทดแทนครีมกันแดดได้ แต่การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ ถือเป็นการดูแลผิวจากภายในอีกทางหนึ่ง

3. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

วิตามินซีมีบทบาทต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน

การได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ แม้จะไม่ได้ช่วยป้องกันหวัดโดยตรง แต่บางการศึกษาพบว่าอาจช่วยลดระยะเวลาของอาการหวัดได้เล็กน้อยในบางกลุ่มคน

4. ดีต่อสุขภาพหัวใจ

ส้มมีโพแทสเซียมและใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ

นอกจากนี้ ฟลาโวนอยด์ในส้ม โดยเฉพาะ เฮสเพอริดิน (Hesperidin) ยังเป็นสารที่นักวิจัยให้ความสนใจในด้านการสนับสนุนสุขภาพหลอดเลือด

5. ช่วยให้อิ่มนานและดีต่อระบบขับถ่าย

ส้มเป็นผลไม้ที่มีใยอาหาร โดยเฉพาะเพกทิน (Pectin) ซึ่งช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ

หากกำลังควบคุมน้ำหนัก การกินส้มทั้งผลมักเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการดื่มน้ำส้ม เพราะยังคงได้รับใยอาหารครบถ้วน

6. ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารประเภทพืช เช่น ผักใบเขียว ถั่ว และธัญพืช

จึงเหมาะกับผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มการได้รับธาตุเหล็กจากอาหาร

7. ช่วยเติมความสดชื่นและเพิ่มน้ำให้ร่างกาย

ส้มมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักมากกว่า 80% จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกาย

การได้รับน้ำเพียงพอมีส่วนช่วยให้ผิวดูไม่แห้งตึง และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม

กินส้มทุกวัน มีข้อเสียไหม?

แม้ส้มจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่การกินมากเกินไปอาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานเกินความต้องการ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนหรือกระเพาะอาหารไวต่อกรด อาจมีอาการแสบท้องหรือระคายเคืองได้จากความเป็นกรดของส้ม

โดยทั่วไป ผู้ใหญ่สามารถรับประทานผลไม้ได้ประมาณ 2-3 ส่วนต่อวัน ซึ่งส้มขนาดกลาง 1 ลูกนับเป็นประมาณ 1 ส่วนของผลไม้

กินส้มสด หรือน้ำส้ม แบบไหนดีกว่า?

หากเลือกได้ ส้มสดทั้งผลถือว่าได้เปรียบกว่า ดังนั้น หากต้องการดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก การกินส้มทั้งผลจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

เปรียบเทียบ ส้มสด น้ำส้ม ใยอาหาร ✅ สูง ❌ น้อยกว่า ความอิ่ม ✅ อิ่มนาน ❌ อิ่มไม่นาน น้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ค่อยเป็นค่อยไป ดูดซึมเร็วกว่า วิตามินซี ✅ มี ✅ มี

การกินส้มทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มวิตามินซี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน ดูแลภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และระบบขับถ่าย

อย่างไรก็ตาม ส้มไม่สามารถทำให้ผิวขาวหรือรักษาปัญหาผิวได้โดยตรง การมีผิวสุขภาพดีควรอาศัยการรับประทานอาหารที่หลากหลาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนอย่างเหมาะสม และทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...