โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชนดักคอรัฐบาลต้องรับผิดชอบ หากศาลรัฐธรรมนูญคว่ำ พ.ร.ก. กู้เงิน 4

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พรรคประชาชนดักคอรัฐบาลต้องรับผิดชอบ หากศาลรัฐธรรมนูญคว่ำ พ.ร.ก. กู้เงิน 4

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ว่าพรุ่งนี้ (9 กรกฎาคม) จะเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท

โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการยื่นคำร้องไปในส่วนของ 200,000 ล้านบาท ที่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างด้านพลังงาน ให้พิจารณาว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นแบ่งออกได้เป็น 2 ฉากทัศน์ใหญ่ และอีก 2 ฉากทัศน์ย่อย คือ

  • พ.ร.ก. ผ่านทั้งฉบับ
  • พ.ร.ก. ไม่ผ่าน แบ่งออกได้เป็น

2.1. ไม่ผ่านทั้งฉบับ หรือมีโอกาสที่ พ.ร.ก. จะตกทั้งฉบับ ซึ่งก็จะนำไปสู่ความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น เนื่องจาก 200,000 ล้านบาทแรกได้มีการเบิกจ่ายไปเรียบร้อยแล้วกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐ ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลในการหาแหล่งเงินใหม่เข้ามาทดแทน

2.2. พ.ร.ก. อาจจะไม่ผ่านเฉพาะในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลัง อาจจะมีความยุ่งยากน้อยกว่าและรัฐบาลอาจออก พ.ร.ก. ฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน

ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาว่า พ.ร.ก. มีปัญหา รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบให้ได้สัดส่วนกับปัญหาที่รัฐบาลสร้างขึ้น เพราะ 200,000 ล้านบาทหลังนั้น นอกจากจะเป็นโครงการที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจแล้ว ยังส่อให้เห็นถึงการตั้งโครงการเข้ามายัดไส้ แล้วก็ใช้วิกฤตของประชาชนบังหน้า พ่วงไปกับความช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนจะได้รับจาก 200,000 ล้านบาทแรก

ด้าน วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่อยู่ในกลไกกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่รัฐสภาตั้งขึ้นมา

เมื่อได้ทำงานติดตามในรายละเอียดและพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ยิ่งพบความน่ากังวลเป็นพิเศษมากกว่าเดิม เพราะการใช้เงินก้อน 200,000 ล้านบาทหลังสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลับไม่มีการตั้งเงื่อนไขหรือโรดแมปว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศด้วยเป้าหมายอะไร เช่น จะลดการใช้พลังงานฟอสซิลเท่าไหร่ในระยะเวลาเท่าไหร่ โครงการใหญ่ควรจะเป็นอย่างไร ไม่มีการตั้งเงื่อนไขปริมาณและมูลค่าขั้นต่ำด้วยซ้ำ

ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโครงการเบี้ยหัวแตกสอดไส้เข้ามา โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะนำพาประเทศไทยไปสู่ทิศทางไหน รวมถึงอีกเงื่อนไขสำคัญคือเมื่อออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ทำให้ต้องรีบใช้เงิน 200,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขผูกมัดว่าต้องรีบใช้ให้หมดภายในเดือนธันวาคม 2570 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่

“จึงเป็นความน่ากังวลว่าจะเกิดการเข้ามาแย่งชิงในการใช้จ่ายเงิน โครงการนี้จะเกิดประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้จริงแค่ไหน และนี่เป็นเงินกู้ที่จะทำให้ประเทศไทยติดเพดาน เสี่ยงที่เงินจะหมด และไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างที่ตั้งใจ” วีระยุทธกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...