โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขายพิซซ่าอย่างเดียวไม่พอแล้ว ขอร่วมเทรนด์เปิดร้านไก่ทอดด้วย The Pizza Company ลุยตลาดไก่ทอด 2.7 หมื่นล้าน

TODAY Bizview

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ตลาด QSR หรืออาหารบริการด่วนในไทยปีนี้มีมูลค่ารวมกว่า 45,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้เซกเมนต์ไก่ทอดคือก้อนที่ใหญ่ที่สุด มูลค่ากว่า 27,600 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 8-10% ขณะที่ตลาดพิซซ่าซึ่งเป็นบ้านเดิมของแบรนด์นี้อยู่ที่ประมาณ 11,000-12,000 ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขที่ต่างกันหลายเท่าตัวนี้เองที่ทำให้ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ขยับตัว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มาพร้อมเมนูใหม่อย่าง Longzilla ไก่ทอดเนื้อนุ่มชิ้นยาวที่ชูเป็นเมนูเด่นขายคู่กับพิซซ่าแบบยาวด้วย และการทรานส์ฟอร์มหน้าร้านสาขาแรกที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ ให้เป็น Digital Store เต็มรูปแบบ

TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ ‘ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์’ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มาคุยถึงเบื้องหลังว่าทำไมแบรนด์พิซซ่าถึงต้องออกไปเล่นในสนามไก่ทอด

[ โจทย์เปิดร้านไก่ทอดของเดอะพิซซ่า พัฒนาและทดลองเปิดภายใน 4 เดือน ]

‘ปัทม์’ เล่าว่าจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้มาจากการอ่านตัวเลขตลาดที่ชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม เมื่อไก่ทอดคลุกซอสและจิ้มซอสได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทีมงานจึงตั้งโจทย์ว่าแบรนด์พิซซ่าจะจับตลาดไก่ทอดได้อย่างไรโดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์เดิม

“เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ต้องได้รับโจทย์ว่าจะจับตลาดไก่ทอดได้ยังไง” ปัทม์กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ ก่อนอธิบายต่อว่าทีมงานใช้เวลาพัฒนาไม่เกิน 120 วันตั้งแต่คิดคอนเซปต์จนถึงวันเปิดตัวจริง ซึ่งถือว่าเร็วสำหรับการปรับโมเดลธุรกิจทั้งระบบ

สิ่งที่ทำให้ Longzilla ต่างจากชิกอะบูม ไก่ทอดคลุกซอสที่เคยเปิดตัวมาก่อนแล้วต้องปิดตัวไป คือครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การเพิ่มเมนูใหม่เข้าไปในร้านเดิม แต่เป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งระบบจาก Casual Dining มาเป็น QSR เต็มรูปแบบ ซึ่งปัทม์มองว่าเป็นความต่างเชิงโครงสร้างที่สำคัญกว่าตัวเมนู

[ ความยาวคือกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่กิมมิก ]

เมื่อถามว่าทำไมต้องเป็นไก่ทอดทรงยาว ‘ปัทม์’ อธิบายว่านี่ไม่ใช่แค่การหาจุดขายให้ดูแปลกตาในโซเชียล แต่มาจากการตีโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความคล่องตัว หยิบทานง่าย ไม่เลอะเทอะ และที่สำคัญคือทลายภาพจำเดิมของพิซซ่าที่มักถูกมองว่าเป็นอาหารสำหรับกลุ่มใหญ่เท่านั้น

ไก่ทอด Longzilla จึงถูกดีไซน์มาสำหรับมื้อเดี่ยวโดยเฉพาะ พร้อมซอสเคลือบ 4 รสชาติ ได้แก่ สูตรคลาสสิก ฮ็อต ฮันนี่ ร็อบ บูลดัก และสวีทแอนด์ซาวร์กับบาร์บีคิว รวมถึงดิปปิ้งซอสอีก 5 รสชาติที่ให้ลูกค้ามิกซ์แอนด์แมตช์เองได้ ควบคู่ไปกับพิซซ่ายาวและทาร์ตไข่ยาวความยาว 30 เซนติเมตรที่ตอกย้ำคอนเซปต์เดียวกันทั้งไลน์อัป

ส่วนคำถามที่ว่าเมนูใหม่จะแย่งยอดขายไก่บาร์บีคิวเมนูฮิตเดิมหรือไม่ ปัทม์ยืนยันว่าไม่ทับซ้อนกัน เพราะไก่บาร์บีคิวยังคงเป็นเมนูทานเล่นสำหรับแชร์กันในกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ขณะที่ Longzilla ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมื้อหลักแบบจานเดี่ยวสำหรับคนที่ทานคนเดียวโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังมี 2 เมนูพิเศษที่ยาวถึง 30 เซนติเมตร อาทิ พิซซ่ายาว บนแป้งทาร์ตบางกรอบที่มาพร้อม 10 หน้าพิซซ่ายอดนิยมของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ให้เลือกได้ตามใจ และทาร์ตไข่ยาวด้วย

[ ลองเปิดร้านไก่ทอดสาขาแรกที่สุวรรณภูมิเพราะอินไซต์ของพื้นที่มีครบทุกกลุ่ม ]

สำหรับสาขาแรกร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ เป็นสาขานำร่องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ปัทม์เล่าว่าทีมงานมีลิสต์ทำเลที่พิจารณาอยู่ราว 5-10 แห่ง แต่สุดท้ายเลือกที่นี่เพราะองค์ประกอบของพื้นที่ครบทุกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

“เรามีลิสต์อยู่ 5-10 โลเคชั่น แต่เราเลือกสุวรรณภูมิ มันมีโรงแรมอยู่ด้านหน้า ใกล้สนามบิน ได้อินไซต์คนทำงาน คนโรงงาน มีมหาวิทยาลัยลาดกระบังมีเด็กรุ่นใหม่ และมีหมู่บ้านหนาแน่นมาก” ปัทม์อธิบาย ทำเลนี้จึงรวมทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศ Gen Z และครอบครัวไว้ในจุดเดียว

ภายในร้านมีการนำระบบ Self-Ordering ผ่านตู้คีออสก์มาใช้เต็มรูปแบบ พร้อมคิวอาร์โค้ดสำหรับสั่งล่วงหน้าจากที่ไหนก็ได้แล้วมารับที่ร้าน โทนสีของร้านก็ถูกออกแบบใหม่ให้ดูสนุกขึ้น โดยยังคงสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ และเพิ่มสีเหลืองโทนชีสหรือมัสตาร์ดเข้ามาเสริม

เมื่อถามถึงผลลัพธ์เบื้องต้น ปัทม์เปิดเผยว่าในช่วง 15 วันแรกหลังเปิดตัว ยอดขายของสาขานี้เติบโตมากกว่าปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสัดส่วนของ Takeaway และ Dine-in ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกจุดคือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล ซึ่งปัทม์ระบุว่าโดยทั่วไปลูกค้าที่สั่งพิซซ่าจะใช้จ่ายราว 500 บาทต่อบิล ขณะที่ลูกค้าที่มาทานไก่ทอดจะใช้จ่ายราว 350 บาทต่อบิล ตัวเลขต่อบิลจึงลดลงแต่ความถี่ในการมาใช้บริการกลับเพิ่มขึ้นแทน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การทานคนเดียวที่แบรนด์มองเห็นมาตลอด

“พิซซ่าโตอยู่ 5%” ปัทม์กล่าวถึงภาพรวมของยอดขายเมนูพิซซ่าเดิมในช่วงเดียวกัน สะท้อนว่าเมนูใหม่ไม่ได้มาแทนที่ แต่เข้ามาเสริมพอร์ตให้แข็งแรงขึ้นในอีกมิติหนึ่ง

[ มีแผนจะขยายโมเดลร้านไก่ทอด แต่ก็ต้องดูแต่ละสาขาไปว่าควรปรับร้านเป็นโมเดลไหนมากกว่า ]

สำหรับทิศทางในอนาคต ปัทม์บอกว่าเดอะ พิซซ่า คอมปะนี มีสาขารวมทั้งหมด 428 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสาขาในห้างสรรพสินค้า 224 แห่ง และสาขานอกห้าง 224 แห่ง ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำมาพิจารณาทีละสาขาว่าเหมาะกับการปรับเป็นโมเดลร้านไก่ทอดหรือไม่

เพราะโมเดล Chicken Tendy ที่เน้นไก่ทอดจะเหมาะกับร้านรูปแบบนั่งทานในร้านภายในห้างเป็นหลัก และปัทม์ประเมินว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเห็นสาขารูปแบบนี้มากกว่า 100 สาขา โดยแต่ละสาขาใช้เงินลงทุนราว 8-10 ล้านบาท ส่วนภายในสิ้นปี 2569 จำนวนสาขาที่จะปรับโฉมยังไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และพฤติกรรมลูกค้าของแต่ละทำเล

ส่วนคำถามเรื่องผลกระทบต่อการจ้างงานจากการนำระบบตู้คีออสก์มาใช้ ปัทม์ยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนพนักงานหน้าร้านหรือลดต้นทุนบุคลากร แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการร้านให้ดีขึ้นเท่านั้น

เมื่อถามถึงภาพรวมของตลาด โดยเฉพาะกรณีที่แบรนด์คู่แข่งรายหนึ่งซึ่งอยู่ในตลาดมากว่า 68 ปีตัดสินใจขายกิจการ ปัทม์ไม่ได้มองเป็นสัญญาณขาลงของธุรกิจพิซซ่า แต่มองว่าอัตราการบริโภคพิซซ่าของคนไทยยังต่ำกว่าประเทศตะวันตกมาก จึงยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีก

ส่วนความกังวลเรื่องสงครามราคาจากคู่แข่งที่กำลังเปลี่ยนมือเจ้าของ ปัทม์บอกว่าพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันไม่ได้เลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ให้น้ำหนักกับความคุ้มค่าโดยรวมทั้งคุณภาพวัตถุดิบและประสบการณ์ ซึ่งเป็นจุดที่แบรนด์เลือกจะแข่งขันต่อไปมากกว่าการลดราคา

“เดอะ พิซซ่า คอมปะนี อยู่กับตลาดเมืองไทยมา 26 ปีแล้ว” ปัทม์กล่าวปิดท้าย พร้อมย้ำว่าการนิยามของแบรนด์ในสายตาคนไทยคือความคุ้นเคยและเข้าถึงง่าย

ซึ่งเป็นฐานที่แบรนด์จะใช้ต่อยอดไปสู่การเป็นไฮบริดโมเดลที่ตอบโจทย์ทั้งพิซซ่าและไก่ทอดในเวลาเดียวกัน ส่วนตัวเลขยอดขายรวมจะโตได้ตามเป้า 50% ที่ตั้งไว้หรือไม่ คงต้องรอดูกันในระยะยาว เพราะการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งระบบไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นผลชัดเจนได้ในไตรมาสเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...