โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ่านเกม “Thaimart” มาร์เก็ตเพลสน้องใหม่ที่ SME ไทยต้องจับตามอง

SMART SME

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเปลี่ยนเกม จากที่ทุกแพลตฟอร์มแข่งขันกันด้วยคูปอง และ Flash Sale มาสู่ยุคที่ “ความเชื่อมั่น” กลายเป็นตัวตัดสินผู้ชนะ ท่ามกลางบริบทนี้ “Thaimart” แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ภายใต้การนำของ ‘นอท’ พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมชูจุดขายเก็บค่าธรรมเนียม GP อัตรา 0% ในปีแรก พร้อมประกาศ “7 คำมั่นสัญญา” เรื่องความโปร่งใส และความเป็นธรรมต่อผู้ค้า

Thaimart” จึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดนี้

กลยุทธ์ GP 0% ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มต่างชาติแทบทุกเจ้าที่เข้าตลาดไทยล้วนเคยใช้สูตรเดียวกัน คือทุ่มงบอุดหนุนช่วงแรกเพื่อดึงร้านค้า และปริมาณธุรกรรมให้ได้เร็วที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเมื่อฐานผู้ค้า และผู้ซื้อแน่นพอ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยเคยเจ็บตัวมาแล้ว เพราะพอร้านค้าย้ายฐานลูกค้า และปรับโมเดลธุรกิจ มาพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวเต็มตัว การขึ้นค่าธรรมเนียมทีหลังแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจ่าย

ที่มา: เฟซบุ๊ก Thaimart

สิ่งที่ทำให้เคส Thaimart น่าสนใจกว่าคือ ผู้บริหารระบุชัดว่าจะ “ทยอยปรับค่าธรรมเนียมแบบชัดเจน” ไม่ใช่แบบไม่บอกล่วงหน้าเหมือนที่ผู้ค้าเคยเจอจากแพลตฟอร์มอื่น และวางกลยุทธ์หลักไว้ที่ “Partner Success” คือให้ธุรกิจของพาร์ตเนอร์โตก่อน แล้วรายได้แพลตฟอร์มจะตามมาเอง

แนวคิดนี้ฟังดูดี แต่สำหรับ SME ที่จะเข้าร่วม สิ่งที่ควรทำคือไม่มองแค่ “ปีแรกฟรี” แต่ต้องถามกลับไปตรง ๆ ว่าโครงสร้างค่าธรรมเนียมปีที่สองเป็นต้นไปจะเป็นแบบไหน มี Cap หรือเพดานหรือไม่ และมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรรองรับคำมั่นสัญญาเหล่านี้แค่ไหน

ที่มา: เฟซบุ๊ก Thaimart

ในมุมจุดแข็ง Thaimart ลงทุนวางรากฐานมาแล้วกว่า 5 ปี มีทีมพัฒนาระบบกว่า 120 คน ทีมการตลาด ทีมโปรดักชัน และทีมบริการลูกค้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งบ่งชี้ว่านี่ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ทำแบบเร่งรีบเพื่อกระแส 7.7 แต่เป็นการวางระบบระยะยาว อีกจุดที่น่าสนใจคือ นโยบายไม่ปิดกั้นการมองเห็นของร้านค้าด้วยอัลกอริทึม ซึ่งตรงกับ Pain Point ที่ร้านค้าไทยจำนวนมากเจอบนแพลตฟอร์มใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพิ่มเพื่อให้สินค้าถูกมองเห็น

ที่มา: เฟซบุ๊ก Thaimart

แต่ในมุมความเสี่ยง แพลตฟอร์มใหม่ย่อมมีโจทย์ใหญ่ คือฐานผู้ซื้อที่ยังเทียบไม่ได้กับ Shopee หรือ Lazada ที่สะสมฐานผู้ใช้ และข้อมูลการซื้อขายมานานหลายปี การมีร้านค้าเข้าร่วม 15,000 ร้าน ไม่ได้การันตีว่าฝั่งผู้ซื้อที่จะตามมาในความเร็วเท่ากัน และธุรกิจแพลตฟอร์มก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในระยะยาวว่าจะรักษาคำมั่นสัญญาเรื่องความโปร่งใสได้จริงเมื่อแรงกดดันด้านต้นทุนเริ่มมา

การมีช่องทางมาร์เก็ตเพลสสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของออนไลน์เพิ่มขึ้น ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค หากใครกำลังคิดจะลองแนวทางที่ปลอดภัยกว่า คือมองแพลตฟอร์มใหม่นี้เป็น “ช่องทางเสริม” ไม่ใช่ “ช่องทางหลัก” ในช่วงเริ่มต้น ธุรกิจที่มีสินค้าเฉพาะกลุ่ม ถือว่าเป็นคำตอบที่ดี หรือกำลังมองหาช่องทางกระจายความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มเดิมที่ค่าธรรมเนียมสูงขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเข้าไปทดลองใช้บริการก่อนใคร เพราะต้นทุนความเสี่ยงต่ำไม่มีอะไรจะเสียมากในช่วง GP 0% อยู่แล้ว

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...