ไฟร์ฟลาย แอโรสเปซ คว้าสัญญา 470 ล้านบาท สร้างฝาครอบกันความร้อนลุยดาวอังคาร
ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศยุคใหม่ปักหมุดมุ่งหน้าสู่ดาวเคราะห์สีแดง! เมื่อบริษัทไฟร์ฟลาย แอโรสเปซ (Firefly Aerospace) ผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศและความมั่นคง ได้ประกาศลงนามในสัญญาจ้างช่วงมูลค่า 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 470 ล้านบาท) จากห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (Jet Propulsion Laboratory) หรือเจพีแอล (JPL) ของนาซา เพื่อทำหน้าที่ควบรวมการผลิต ทดสอบ และส่งมอบโครงสร้างฝาครอบป้องกันทางอวกาศ หรือแอร์โรเชลล์ (Aeroshell) สำหรับใช้ในภารกิจสกายฟอล (SkyFall) หมุดหมายสำคัญในการเดินทางไปสำรวจดาวอังคารช่วงปลายปี พ.ศ. 2571
โครงสร้างฝาครอบอวกาศนี้ประกอบด้วยตัวฝาครอบด้านหลัง (Backshell) และเกราะกันความร้อน (Heatshield) ซึ่งจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนรังไหมที่ช่วยปกป้องอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จากสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย ทั้งในขณะถูกส่งขึ้นจากโลก ช่วงเวลาเดินทางในอวกาศ และวินาทีฝ่าชั้นบรรยากาศเพื่อลงจอด โดยทางบริษัทจะใช้ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมแห่งใหม่โกลเวิกส์ (Gloworks) ควบคู่กับฐานผลิตร็อกเกตร้านช์ (Rocket Ranch) ในรัฐเทกซัส นำเทคโนโลยีคาร์บอนคอมโพสิตขั้นสูงที่เคยประสบความสำเร็จและผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วจากยานลงจอดดวงจันทร์บลูโกสต์ (Blue Ghost) และจรวดนำส่งแอลฟา (Alpha) มาปรับใช้ในการผลิตโครงสร้างที่มีความแข็งแกร่งสูงแต่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษได้อย่างรวดเร็ว
ความน่าตื่นตาตื่นใจของภารกิจสกายฟอล (SkyFall) คือการนำความสำเร็จจากเฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี (Ingenuity) มาต่อยอดสู่การส่งเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 3 ลำ ไปปฏิบัติภารกิจบินสำรวจและสาธิตเทคโนโลยีทำแผนที่ใต้ดินระยะไกล รวมถึงการค้นหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเพื่อปูทางให้แก่นักบินอวกาศสหรัฐฯ ในอนาคต โดยจะใช้เทคนิคการปล่อยตัวกลางอากาศอันล้ำสมัยที่เรียกว่า สกายฟอลแมนูเวอร์ (SkyFall Maneuver) ซึ่งตัวแคปซูลจะทำการปล่อยเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 3 ลำออกมาในระหว่างที่กำลังร่อนลงสู่พื้นผิวโดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มการลงจอดแบบเดิม ๆ จากนั้นเฮลิคอปเตอร์จะทำหน้าที่บินสำรวจถ่ายภาพความละเอียดสูง และใช้เรดาร์เจาะทะลวงผ่านพื้นผิวเพื่อตามหาแหล่งน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน
การขยายขอบเขตความร่วมมือจากดวงจันทร์สู่ดาวอังคารในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของภาคเอกชนในการสนับสนุนภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกด้วยต้นทุนที่ต่ำลงและระยะเวลาที่กระชับขึ้น ซึ่งนอกจากภารกิจนี้แล้ว ทางบริษัทยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจส่งยานไปดวงจันทร์อีก 4 โครงการภายใต้การสนับสนุนจากนาซา พร้อมทั้งเดินหน้าขยายขนาดโรงงานและห้องคลีนรูม (Cleanroom) เพื่อรองรับสายการผลิตยานอวกาศและยานลงจอดดวงจันทร์แบบเต็มรูปแบบ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเปิดพรมแดนใหม่ ๆ ในระบบสุริยะของเราให้เข้าใกล้ความจริงไปอีกขั้น
ข้อมูลอ้างอิง: Firefly Aerospace