โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถทำลายหัวใจ หลอดเลือด สมอง และไตได้อย่างเงียบ ๆ หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และในระยะแรกมักไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง จึงอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแม้บางรายอาจมีอาการ เช่น ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกคน และไม่ใช่อาการจำเพาะของโรค จึงไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน

แพทย์หญิงทรายด้า บูรณสิน อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ความดันโลหิตสูง คือภาวะที่แรงดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยค่าความดันโลหิตจะประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่

ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจบีบตัวส่งเลือดไปยังร่างกาย

ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจคลายตัวระหว่างการเต้นแต่ละครั้ง

โดยทั่วไป หากค่าความดันโลหิตอยู่ที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท หรือสูงกว่านี้อย่างต่อเนื่อง จะเข้าข่ายโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงมีอาการหรือไม่

ในระยะแรก ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ แต่ในบางรายอาจพบอาการ เช่น

  • ปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • เหนื่อยง่าย

แต่อาการดังกล่าวไม่จำเพาะ และอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นหลัก

ทำไมความดันสูงที่ “ไม่มีอาการ” จึงต้องระวัง

แม้ผู้ป่วยจะรู้สึกปกติ แต่ความดันโลหิตที่สูงอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญในร่างกายได้ในระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่สามารถสังเกตได้จากอาการภายนอก

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • โรคหัวใจขาดเลือด
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต)
  • โรคไตเรื้อรัง

จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจน

ปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูงสามารถแบ่งได้เป็น

  • ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
  • พันธุกรรม
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • ปัจจัยที่ควบคุมได้
  • การรับประทานอาหารเค็มหรือไขมันสูง
  • การไม่ออกกำลังกาย
  • ความเครียดสะสม
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

ความสำคัญของการตรวจวัดความดันโลหิต

การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ในช่วงที่ยังไม่มีอาการ

การติดตามค่าความดันอย่างต่อเนื่องช่วยให้

  • เห็นแนวโน้มของระดับความดันโลหิต
  • ประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เหมาะสม
  • วางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
  • แนวทางการดูแลและป้องกันความดันโลหิตสูงในชีวิตประจำวัน
  • เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดเค็ม ลดอาหารแปรรูป
  • เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ความดันโลหิตสูงอาจเป็นภาวะที่ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจนในระยะแรก การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน และนำไปสู่การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...