โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้”

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินนัดถก 16 หน่วยงาน วางมาตรการช่วยเหลือวิกฤติมะพร้าวน้ำหอมไทย กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้” พร้อมเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมใช้ “มาตรฐานบังคับ” ลงโทษผู้ผลิตน้ำมะพร้าวปลอม

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ และนายวทัญญู ทิพยมณฑา ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวรัตน์ สถาพรนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 3 และคณะ นัดประชุม 16 หน่วยงาน ถกแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจโดยอาศัยตัวแทนอำพราง (นอมินี) ของทุนข้ามชาติ การร่วมมือกดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอม การปลอมและการปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอม เร่งวางมาตรการแก้ไขและป้องกันทุกมิติ

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือเมื่อเดือนมีนาคมและลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริงในพื้นที่สมุทรสงคราม - ราชบุรีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่า นอกจากปัญหาวิกฤติราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำมากแล้ว ยังพบการปลอมและการปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอม รวมทั้งการขยายตัวของนอมินีข้ามชาติ โดยพบพฤติกรรมกลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง เข้าครอบงำวงจรตลาดมะพร้าว (ล้ง) ตั้งแต่การรับซื้อไปจนถึงการตั้งโรงงานแปรรูปและถือครองที่ดินเกษตรกรรม ซึ่งล้วนสร้างความเสียหายต่อตลาดน้ำมะพร้าว และภาพลักษณ์ของสินค้าน้ำมะพร้าวไทยเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เพื่อวางมาตรการแก้ไขและป้องกันให้ครอบคลุมครบวงจรมากที่สุด ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเร่งประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สภาองค์กรของผู้บริโภค จังหวัดสมุทรสงครามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และผู้ร้องเรียน

โดยที่ประชุมมีมติกำหนดแนวทางจัดการดังนี้ 1. ยกระดับและกำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้” ข้อจำกัดในปัจจุบัน คือ ยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่กำหนดสัดส่วนหรือส่วนผสมที่ชัดเจนในการจำแนก “น้ำมะพร้าวแท้ 100%” หรือน้ำมะพร้าวที่มีการผสมในสัดส่วนต่าง ๆ (เช่น อย. อาจมีเกณฑ์เบื้องต้นที่ 20%) รวมถึงการตรวจวัดและพิสูจน์ทราบ โดยมาตรการระยะสั้น ได้เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรฐาน มอก. ซึ่งปัจจุบันเป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ให้เป็น “มาตรฐานบังคับ” ไปพลางก่อน เพื่อให้มีเกณฑ์ทางกฎหมายในการควบคุมและมีบทลงโทษผู้ผลิตน้ำมะพร้าวปลอม

สำหรับมาตรการระยะยาวนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการร่วมพิเศษ (โดยมี อย., กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ฯลฯ) ในการสนับสนุนการให้มีการจัดทำมาตรฐานถาวร ระบบการตรวจสอบ และ Flowchart การทำงานตลอด Supply Chain คาดว่าจะเห็นโครงสร้างชัดเจนภายใน 12 - 15 เดือน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณานิยามความหมายของ “น้ำมะพร้าวปลอม” และเกณฑ์การจำแนกโดยแบ่งเป็น กลุ่มที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าวเลย (ใช้น้ำเปล่า / น้ำบาดาล ผสมสารเคมีและสารแต่งกลิ่นเลียนแบบ) และกลุ่มน้ำมะพร้าวแท้ที่มีการปนเปื้อนหรือผสมสารอื่น ๆ ที่ไม่อนุญาต

2. ปรับกระบวนการตรวจจับ (SOP : Standard Operating Procedure) และอุดช่องว่างโรงงานเถื่อน ปรับกระบวนการตรวจ (SOP) โดยให้ปรับชุดตรวจเป็นลักษณะ “สหวิชาชีพ” และเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจทุก ๆ 3 - 4 เดือน โดยจะเน้นการตรวจสอบหลายช่วงเวลารวมถึงเวลากลางคืน เนื่องจากมีข้อมูลว่าโรงงานบางแห่งลักลอบผลิตในเวลากลางคืนเพื่อเลี่ยงการตรวจค้นในเวลากลางวัน ด้านการขนย้ายและตรวจสอบปลายทาง ต้องจัดวางระบบควบคุมการขนย้ายผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบ (Traceability) ไปจนถึงปลายทางได้อย่างเป็นระบบ

การควบคุมโรงงานขนาดเล็ก (< 50 คน / < 50 แรงม้า) ซึ่งโรงงานกลุ่มนี้ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม จึงเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ประชุมจึงเสนอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การอนุญาต การกำกับดูแล และเพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้ อปท. สามารถสั่งระงับการผลิตชั่วคราว หรือสั่งปิดโรงงานเถื่อนได้อย่างเด็ดขาด

3. แก้ไขโครงสร้างราคา และ “สกัดนอมินีต่างชาติ”

สถานการณ์ราคาหน้าสวนในช่วงที่ตกต่ำที่สุด ราคาดิ่งลงไปถึง 3 - 5 บาทต่อผล (หากตกไซส์จะเหลือไม่ถึง 1 บาท หรือประมาณ 50 - 80 สตางค์) ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาเฉลี่ยที่ 13 - 15 บาทต่อผล (ตกไซส์ประมาณ 8 - 9 บาท) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรเห็นว่าราคาที่คุ้มทุนและเหมาะสมควรอยู่ที่ 17 บาทขึ้นไป ซึ่งสาเหตุที่กลไกราคาบิดเบือนมาจากการฮั้วราคาของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาตั้งล้งในลักษณะ “นอมินี” ประกอบกับการถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มน้ำมะพร้าวปลอม หากปราบน้ำมะพร้าวปลอมได้ ปริมาณ Demand ของมะพร้าวแท้ในระบบจะเพิ่มขึ้นและช่วยพยุงราคาให้มีเสถียรภาพ

มาตรการทางกฎหมายควบคุมทุนต่างชาติ ได้เสนอกระทรวงพาณิชย์ทบทวนระเบียบตาม พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยพิจารณาบรรจุธุรกิจมะพร้าวและการแปรรูปมะพร้าวลงในบัญชีท้าย (บัญชี 1, 2 หรือ 3) เพื่อจำกัดสิทธิ์หรือควบคุมการถือหุ้นของกลุ่มทุนต่างชาติอย่างเข้มงวด เนื่องจากปัจจุบันหากตั้งล้งต่างชาติเพื่อการส่งออก 100% จะมีช่องว่างที่เกณฑ์ควบคุมการถือหุ้นของชาวต่างชาติในสัดส่วนแบบ 49% : คนไทย 51% บังคับใช้ไม่ได้ผล นอกจากนี้ ต้องมีแผนพัฒนาขีดความสามารถคนไทย โดยมอบหมายให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดทำแผนระยะยาวเพื่อยกระดับโรงงานแปรรูปของคนไทย ซึ่งปัจจุบันกว่า 200 แห่ง ยังมีลักษณะเป็นเพียงโรงงานรับจ้างผลิต หรือ OEM ภายใต้ทุนต่างชาติ รวมถึงพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้เองตลอดทั้ง Supply Chain

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...