"แสวง" ตั้งเป้าจะไม่ให้เกิดความผิดพลาด ปม การเลือกตั้งผู้ว่า กทม.-นายกพัทยา เผย ที่ประชุม กกต.เริ่มถกคดีฮัั้วสว.แล้ว
"แสวง" ตั้งเป้าจะไม่ให้เกิดความผิดพลาด ปม การเลือกตั้งผู้ว่า กทม.-นายกพัทยา เผย ที่ประชุม กกต.เริ่มถกคดีฮัั้วสว.แล้ว กกต.รับรู้ปชช.อยากปฏิรูป “องค์กรอิสระ” ลั่น คนคาดหวังช่วงจัดการเลือกตั้ง แต่ต้องยึดหลักการมากกว่าถูกใจ
วันที่ 15 พ.ค. 69 ที่โรงแรม Tsix5 พัทยา จ.ชลบุรี แสวง บุญมี เปิดงานสัมมนาสื่อมวลชนสัญจรที่ จ.ชลบุรี โดยย้ำความสำคัญของการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ซึ่งกำหนดเลือกตั้งวันที่ 28 มิ.ย. 2569 พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยสื่อสารข้อมูลขั้นตอนการใช้สิทธิ์และข้อมูลผู้สมัครให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ระบุว่า “การเลือกตั้งที่ดี” ต้องประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ผู้สมัครดี ผู้เลือกตั้งดี และผู้จัดการเลือกตั้งดี พร้อมยืนยัน กกต. จะทำหน้าที่อย่างโปร่งใสและเป็นกลางภายใต้กฎหมาย โดยเฉพาะการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ และรับฟังการทักท้วงจากประชาชน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและลดปัญหาบัตรเสีย ทั้งนี้ กกต. ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าครั้งก่อน และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้
“แสวง” เผย ที่ประชุม กกต.เริ่มถกคดีฮัั้ว สว.แล้ว โดยจะกำหนดเลือก 1 วันเต็มใน 1 สัปดาห์
นายแสวง บุญมี เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องคดีฮั้ว สว. ควบคู่กับสำนวนเลือกตั้งอื่น ๆ โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่ระบบกว่า 5,000 เรื่อง พิจารณาแล้วประมาณ 2,500 เรื่อง เหลืออีก 2,500 เรื่อง ซึ่งตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี พร้อมยืนยันว่า สำนวนของ กกต.ไม่เคยขาดอายุความ ยกเว้นบางคดีที่มีเหตุจำเป็นต้องขยายเวลา เช่น คดีฮั้ว สว. ที่มีพยานหลักฐานจำนวนมาก โดย กกต.กำหนดให้ทุกวันจันทร์เป็นวันประชุมพิจารณาคดีฮั้ว สว.เต็มวัน ส่วนวันอื่นใช้พิจารณาสำนวนทั่วไปและงานบริหาร ทั้งนี้ ย้ำหลักการทำงาน “เร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม” แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคดีฮั้ว สว.จะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อใด
“แสวง” บอกทราบดี กกต.รับรู้ปชช.อยากปฏิรูป “องค์กรอิสระ” ลั่น คนคาดหวังช่วงจัดการเลือกตั้ง แต่ต้องยึดหลักการมากกว่าถูกใจ
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า องค์กรอิสระอย่าง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. มีความจำเป็นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายการเมือง เนื่องจากระบบประชาธิปไตยแบบเดิมมีข้อจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพและความชอบธรรม พร้อมยืนยันว่าองค์กรอิสระยังยึดโยงกับประชาชนผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและวุฒิสภา
พร้อมชี้ว่า ปัญหาการเมืองไทยไม่ได้อยู่ที่องค์กรอิสระเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “คน” ทั้งผู้สมัคร ผู้เลือกตั้ง และผู้จัดการเลือกตั้ง แม้จะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่คนการเมืองและพฤติกรรมเดิมยังไม่เปลี่ยน
นายแสวงย้ำว่า กกต. ต้องทำงานตามกฎหมาย ไม่สามารถทำตามแรงกดดันหรือความพอใจทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ โดยมองว่าหาก “ผู้เล่นดี ผู้เลือกดี และกรรมการดี” การเมืองไทยก็จะเดินหน้าได้อย่างมีคุณภาพ