โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกเดือด ภูเขาพัง! นักวิทย์เตือน "ดินถล่ม" ถี่และรุนแรงขึ้นจากวิกฤตโลกร้อน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ความเสี่ยง “ดินถล่ม” ทั่วโลกเพิ่มขึ้น จากฝนตกหนักที่รุนแรงขึ้น ธารน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งละลาย พื้นที่ภูเขาและลาดชัน รวมถึงหลายภูมิภาคที่ไม่เคยเป็นพื้นที่เสี่ยง กำลังเผชิญโอกาสเกิดดินถล่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อชีวิต โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชน ผู้เชี่ยวชาญแนะเร่งจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยง พัฒนาระบบเตือนภัย และฟื้นฟูป่าไม้ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรับมือภัยที่รุนแรงขึ้นในอนาคต

“ดินถล่ม” เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นมานาน แต่ในยุคที่โลกกำลังร้อนขึ้น ความเสี่ยงกำลังทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ฝนตกหนักบ่อยขึ้น ธารน้ำแข็งละลาย และชั้นดินเยือกแข็งถาวร (Permafrost) เสื่อมสภาพ ส่งผลให้พื้นที่ลาดชันทั่วโลกมีโอกาสเกิดดินถล่มสูงขึ้น พร้อมสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าที่เคยเป็นมา

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ดินถล่มไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ทั้งลักษณะภูมิประเทศ ความชัน ชนิดของดิน การตัดไม้ทำลายป่า การก่อสร้างบนพื้นที่ลาดเขา และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเพิ่มความถี่และความรุนแรงของฝนสุดขั้วในหลายภูมิภาคของโลก

เมื่อฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ๆ น้ำจะซึมลงดินอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินสูญเสียความแข็งแรง น้ำหนักของมวลดินเพิ่มขึ้น และเกิดการพังทลายลงมาตามแรงโน้มถ่วง โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและลาดชันที่มีการพัฒนาพื้นที่อย่างรวดเร็วหรือขาดการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนยังเร่งให้ธารน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งในพื้นที่ภูเขาสูงละลาย ซึ่งเปรียบเสมือนกาวธรรมชาติที่เคยช่วยยึดเกาะหินและหน้าผา เมื่อชั้นน้ำแข็งหายไป ความมั่นคงของภูเขาจะลดลง เพิ่มโอกาสเกิดหินถล่ม ดินถล่ม และอาจก่อให้เกิดภัยพิบัติลูกโซ่ เช่น น้ำท่วมฉับพลันหรือสึนามิในฟยอร์ดบางแห่ง

นักวิจัยยังพบว่า ความเสี่ยงจากดินถล่มไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุเป็นประจำเท่านั้น แต่กำลังขยายไปยังภูมิภาคใหม่ ๆ ที่ในอดีตไม่ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากรูปแบบฝนกำลังเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ประชากรจำนวนมากยังอาศัยอยู่บนพื้นที่ลาดเขาและพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีระบบเตือนภัยที่เพียงพอ

ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอให้รัฐบาลและชุมชนลงทุนในระบบเฝ้าระวังฝนและดินถล่ม การจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยง การจำกัดการก่อสร้างในพื้นที่อันตราย รวมถึงการฟื้นฟูป่าไม้ เพื่อช่วยลดความสูญเสียในอนาคต เพราะแม้จะไม่สามารถหยุดภัยธรรมชาติได้ แต่สามารถลดผลกระทบได้ด้วยการเตรียมพร้อมและวางแผนอย่างเหมาะสม

ภาวะโลกร้อนกำลังเพิ่มความเสี่ยงของดินถล่มทั่วโลก ผ่านฝนตกหนักที่รุนแรงขึ้น การละลายของธารน้ำแข็ง และการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญภัยมากกว่าที่เคย นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า การรับมือจำเป็นต้องอาศัยทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การวางผังเมืองอย่างรอบคอบ และระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องชีวิตและชุมชนจากภัยพิบัติที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...