โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชื่นมื่น อนุทิน-อันวาร์ เห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้าลงทุน

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ชื่นมื่น อนุทิน-อันวาร์ เห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้าลงทุน

อนุทิน เยือนมาเลเซีย ‘อันวาร์’ ต้อนรับด้วยตนเอง 2 นายกฯ เห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนสองประเทศ

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 9 ก.ค.2569 (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

โดยนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เดินทางมาต้อนรับด้วยตนเอง ก่อนนำเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่อาคารรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ (Guard of Honour) และนายกฯ มาเลเซียได้เชิญนายกฯ ร่วมเดินทางด้วยรถยนต์คันเดียวกันไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (Perdana Putra Complex) ที่เมืองปูตราจายา เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับและการหารืออย่างเป็นทางการ

ต่อมาเวลา 13.10 น. ที่สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ได้หารือเต็มคณะกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ สร้าง“พื้นที่แห่งโอกาส” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนทั้งสองประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้คือ การเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน โดยในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของไทยกับมาเลเซีย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งการกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ–หาดใหญ่–บัตเตอร์เวิร์ธให้ใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อยกระดับการเดินทางและโลจิสติกส์ของทั้งภูมิภาค

ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันส่งเสริมการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

ด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นตรงกันว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการสร้างสันติภาพต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมบริเวณชายแดน รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานร่วมดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่างสองประเทศ

ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ในอนาคตอันใกล้ พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงมอบหมายรัฐมนตรีเกษตรของทั้งสองประเทศหาทางออกร่วมกันในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงให้เร็วที่สุด

ในโอกาสเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของทั้งสองประเทศ

นายกฯยังกล่าวว่า ปี 2570 จะครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–มาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนผลการหารือครั้งนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจะขับเคลื่อน MOU ที่อยู่ระหว่างการจัดทำระหว่างหน่วยงานของไทยและมาเลเซียให้เสร็จสิ้นโดยเร็วพร้อมเชิญนายกฯมาเลเซีย เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

โอกาสนี้ นายกฯมาเลเซียยังชื่นชมบทบาทของไทยในประเด็นเมียนมา โดยมาเลเซียและไทยต่างมองว่าปัญหาเมียนมาจะแก้ไขได้ด้วยการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาก็ได้มีความพยายามในการแก้ไขความไม่สงบในเมียนมา รวมถึงมีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนประเด็นกุ้งและปลากระพง รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศ ได้หาทางออกร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเร่งผลักดันให้การปฏิบัติเกิดขี้นโดยเร็วเพื่อคลี่คลายปัญหาของเกษตรกร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชื่นมื่น อนุทิน-อันวาร์ เห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้าลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...